เมื่อเวลา 10.00น. วันที่ 22 ตุลาคม ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.)
น.ส.สุวรรณรัตน์ อ่อนอิ่ม นักศึกษามหาวิทยาลัยย่านลาดพร้าว พร้อมผู้เสียหายรวม 10 ราย เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ศีร์ธัชเขต ครูวัฒนเศรษฐ์ รองผบก.ป. รรท.ผบก.ปคบ.เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ น.ส.ดวงพร หรือ แก้ว (สงวนนามสกุล) ผู้ค้าอินสตาแกรมแอคเคาน์ @sagittarius_shop พร้อมหลักฐานการแชตพูดคุย และหลักฐานการโอนเงิน หลังถูกผู้ค้าโกงการซื้อขายเครื่องสำอางแบรนด์เนมดัง รวมมูลค่าความเสียหายกว่าหลักล้านบาท
น.ส.สุวรรณรัตน์ กล่าวว่า ตนและผู้เสียหายรายอื่นๆ ได้รับการแนะนำต่อๆ กันมาว่า บัญชีดังกล่าวโพสต์พรีออเดอร์เครื่องสำอางในราคาถูก โดย น.ส.แก้ว อ้างว่าตัวเองเป็นพนักงานประจำเคาน์เตอร์เครื่องสำอาง จึงนำมาขายได้ในราคาที่ถูก อีกทั้งสินค้าบางชิ้นเป็นของทดลองใช้ ซึ่งมีระยะเวลาในการรอสินค้า 1 เดือน โดยทางร้านค้าจะจัดโปรโมชั่นเป็นประจำ เช่น ราคาต่ำกว่าหน้าร้าน 50 เปอร์เซ็นต์ พร้อมระบุเงื่อนไขว่า หากสั่งสินค้าแล้วต้องการยกเลิกออเดอร์สามารถแจ้งยกเลิกได้ใน 7 วัน จากนั้น พวกตนจึงได้ติดต่อซื้อขายกันมาเป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 3 เดือน
น.ส.สุวรรณรัตน์ กล่าวอีกว่า ตลอดการซื้อขายพวกตนไม่เคยได้รับสินค้าครบตามที่แจ้งไว้ เช่น สั่งสินค้าโปรโมชั่น 5 ชิ้น แต่กลับได้มาเพียง 1 ชิ้น โดย น.ส.แก้ว อ้างว่าสินค้าตกหล่นอยู่ไปรษณีย์ จะทำการติดตามให้ ซึ่งพวกตนก็ตายใจเพราะ น.ส.แก้ว แสดงความจริงใจโดยการโทรพูดคุยกันตลอด แต่พวกตนพบพิรุธเมื่อ น.ส.แก้ว ผลัดวันส่งเลขแทร็คติดตามไปรษณีย์ หรือส่งมาเป็นเลขปลอม มาร่วม 2 เดือน เมื่อติดต่อไปก็ไม่สามารถติดต่อได้ ส่วนผู้ช่วยของ น.ส.แก้ว ก็อ้างว่าไม่มีส่วนรู้เห็น ก่อนที่ร้านค้าดังกล่าว โพสต์ขอโทษลูกค้าทุกรายจากเหตุขัดข้อง พร้อมอ้างว่าไม่สามารถหมุนเงินได้ทันและไม่ได้ตั้งใจจะโกง
ทั้งนี้ น.ส.สุวรรณรัตน์ กล่าวว่า ต้องการให้ผู้กระทำผิดได้รับโทษสูงสุด เพราะพวกตนได้ทำการสืบหาข้อมูลแล้วเชื่อว่าเขาไม่สามารถนำเงินมาชดใช้ได้ทั้งหมด จึงขอให้ถูกนำตัวมารับโทษตามกฎหมาย
เบื้องต้น พ.ต.อ.ศีร์ธัชเขต ได้รับเรื่องไว้ พร้อมกล่าวว่าคดีลักษณะนี้เกิดขึ้นเป็นประจำ คดีนี้มีผู้เสียหายอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ เป็นส่วนใหญ่ ก็จะมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ เนื่องจาก มีผู้เสียหายรายหนึ่งเคยได้พบตัวผู้กระทำผิดมาก่อนแล้ว เมื่อได้ตรวจสอบเอกสารหลักฐานที่ผู้เสียหายนำมาแจ้งความ พบว่า บัญชีที่ น.ส.แก้ว ใช้ทำการซื้อขายมีรวมกัน 3 บัญชี จึงต้องทำการตรวจสอบเพื่อพิสูจน์ทราบต่อไปว่าใครคือผู้กระทำผิดหลักจริง ต่อจากนี้จะต้องตรวจสอบข้อมูลผู้กระทำผิดก่อนว่าเคยมีประวัติกระทำผิดมาก่อนหรือไม่ ทั้งนี้ หากพบการกระทำผิดจริง ก็อาจตั้งข้อหาฉ้อโกงประชาชน ต่อคนผิดได้ เนื่องจากมีผู้เสียหายรายหลาย
“ฝากไปยังผู้บริโภคให้ทำการตรวจสอบย้อนกลับไปว่า สินค้าพวกนั้นมีราคาถูกมาก มีแหล่งมาจากไหน ขโมยมาหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบว่าร้านค้าดังกล่าวมีความน่าเชื่อถือหรือไม่ เพื่อจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อ” พ.ต.อ.ศีร์ธัชเขต กล่าว



