เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 22 ตุลาคม ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) น.ส.ศุภาณี สุขหอม พร้อมกลุ่มผู้เสียหายกว่า 10 คน เข้าแจ้งความเอาผิดกับ น.ส.วิภา กล่ำเจริญ หลังสั่งซื้อของออนไลน์ผ่านเฟซบุ๊กแล้วไม่ได้รับของตามที่สั่ง ซึ่งมีผู้เสียหายทั้งหมดรวมกันกว่าพันคน มูลค่าความเสียหายกว่า 1.3 ล้านบาท
น.ส.ศุภาณี หนึ่งในผู้เสียหาย กล่าวว่า น.ส.วิภา เป็นผู้ที่เปิดขายสินค้าออนไลน์ในเฟซบุ๊ก 3 เพจ คือ MeOnline ,Fast Raising และ TopHit Shopping ซึ่งเป็นแอดมินคนเดียวกัน โดยแต่ละเพจนั้นจะขายของใช้เบ็ดเตล็ดทั่วไปในราคาถูก และมีการโฆษณาตามเฟซบุ๊กเพื่อให้เกิดความน่าเชื่อถือ โดยการสั่งสินค้าจะเป็นพรีออเดอร์ โอนเงินจำนวนเต็มให้ทางแอดมินก่อนและจะได้ของในอีก 10-15วัน
น.ส.ศุภาณีกล่าวอีกว่า หลังโอนเงินไปให้ทางแอดมินเพจแล้ว ก็พยายามติดต่อไปเพื่อขอรับสินค้าแต่กลับถูกบล็อก เลยมั่นใจว่าตนถูกหลอกแน่นอน จึงพยายามรวบรวมผู้เสียหายที่ถูกหลอกเหมือนกันอีกกว่าพันคน ซึ่งผู้เสียหายทุกคนที่สั่งของไปยังไม่เคยมีใครได้สินค้าจากทั้ง 3 เพจ และเมื่อทวงถามไปก็จะได้รับโอนเงินคืนกลับมาเพียงไม่กี่คน จึงคิดว่าน่าจะโอนเงินคืนเพื่อให้เกิดความน่าเชื่อถือว่าจะไม่โกง โดยมูลค่าความเสียหายจากผู้เสียหายกว่าพันคนตอนนี้มูลค่ากว่า 1.3 ล้านบาท
ขณะที่ นายวิทวัส นารถบุญ แฟนหนุ่มของ น.ส.วิภา แอดมินเพจ ได้เดินทางมาพร้อมกับนางปราณี แซ่วุ่น มารดา เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ หลังมีชื่อของนางปราณีปรากฏเป็นบัญชีรับโอนเงินค่าสินค้า โดยนายวิทวัสกล่าวว่า ตนและแม่ไม่มีส่วนรู้เห็นกับการโกงดังกล่าว ส่วนนางปราณีกล่าวว่า ตนถูก น.ส.วิภาหลอกให้ไปเปิดบัญชีเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา โดยอ้างว่าจะไปกู้เงินออนไลน์ ตนเลยเชื่อใจเพราะเห็นว่าเป็นแฟนกับลูกชายมานานกว่า 3 ปี เลยรักเหมือนลูกอีกคน หลังเปิดบัญชีเสร็จ น.ส.วิภาและเพื่อนได้เอาเล่มสมุดบัญชีและบัตรเอทีเอ็มไปทั้งหมด
นายวิทวัสกล่าวเพิ่มเติมว่า เพิ่งรู้ว่าแฟนตัวเองโกงเงิน หลังจากที่มีผู้เสียหายติดต่อมาทางชื่อของแม่ เลยทราบเรื่องและพยายามให้ น.ส.วิภา แฟนสาวมามอบตัว แต่ก็ไม่ยอมมา และได้หนีไปจากบ้านที่อาศัยด้วยกัน โดยไม่สามารถติดต่อได้เพราะได้ปิดเฟซบุ๊กไปหมดแล้ว และมาทราบภายหลังว่า น.ส.วิภาได้นำเบอร์โทรศัพท์ของพ่อนายวิทวัสไปใช้ จึงกลัวว่าจะไปใช้กระทำความผิดต่อเลยเดินทางมาแสดงความบริสุทธิ์ใจครั้งนี้
ทั้งนี้ พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ป.รรท.ผบก.ปอศ. รับเรื่องดังกล่าวไว้ โดยจะตรวจสอบว่าเข้าข่ายความผิดที่ ปอศ.ดูแลอยู่หรือไม่ หลังจากนี้ทางกลุ่มผู้เสียหายจะเดินทางไปร้องเรียนต่อที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต่อไป




