ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากฤษฎีกาสาร ได้เผยแพร่ ความเห็นทางกฎหมายที่น่าสนใจ พบว่า เรื่องเสร็จที่ 1340/2560 บันทึกสำนักงานคณะกรรมการกฤษฏีกาเรื่องการตีความคำว่า “ซากสัตว์” ตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2499 และพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2558 (กรณี ซาลามี่ แฮม ไส้กรอก และขาหมูรมควัน) คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ 10))ว่า
การตีความคำว่า “ซากสัตว์” ตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2499 และ พระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2559 (กรณี ซาลามี่ แฮม ไส้กรอก และขาหมูรมควัน)
สินค้าประเภท ซาลามี่ แฮม ไส้กรอก และขาหมูรมควันไม่เป็นซากสัตว์ตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2559 เนื่องจากคำว่า “ซากสัตว์” ตามพระราชบัญญัตินี้หมายความถึงว่า ร่างกายหรือส่วนของร่างกายสัตว์ที่ตายแล้ว และยังไม่ได้แปรสภาพเป็นอาหารสุก หรือสิ่งประดิษฐ์สำเร็จรูป สำหรับการแปรสภาพเป็นอาหารสุกหมายความว่า สิ่งนั้นสามารถเป็นอาหารได้ทันที ส่วนการแปรสภาพเป็นสิ่งประดิษฐ์สำเร็จรูปคือการนำสิ่งใดๆ มาเปลี่ยนแปลงลักษณะโดยทำให้เป็นสิ่งใหม่ ขึ้นจนสามารถใช้สิ่งประดิษฐ์ใหม่นั้นเองเป็นประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่งได้ทันทีหากลักษณะและสภาพของสิ่งที่ได้ผ่านกรรมวิธีดังกล่าวแล้ว แต่ยังไม่อาจใช้เป็นประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่งได้ทันที และจะต้องนำไปดำเนินกรรมวิธีขั้นต่อไปอีกจึงจะใช้รับประทานเป็นอาหารหรือเป็นสิ่งประดิษฐ์สำเร็จรูปได้ สิ่งนั้นจะไม่เป็นอาหารสุกหรือเป็นสิ่งประดิษฐ์สำเร็จรูป แต่เป็นซากสัตว์
การนำร่างกายหรือส่วนของร่างกายสัตว์ที่ตายแล้วมาทำ ประกอบ หรือปรุงเป็นซาลามี่ แฮม ไส้กรอก และขาหมูรมควัน จะเป็นซากสัตว์หรือไม่ เป็นปัญหาข้อเท็จจริงที่อยู่ในอำนาจและหน้าที่ของกรมปศุสัตว์ที่จะต้องพิจารณากำหนดเกณฑ์ให้ชัดเจนว่าจะต้องผ่านความร้อนที่อุณหภูมิเท่าใดที่กรมปศุสัตว์ประสงค์จะป้องกันและควบคุมการระบาดของโรค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ต้องออกประกาศเพื่อกำหนดให้อาหารสุกดังกล่าวเป็นซากสัตว์ ที่จะต้องอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2558 เสียก่อน
ดังนั้น ซาลามี่ แฮม ไส้กรอก และขาหมูรมควันจึงไม่เป็นซากสัตว์ ตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ฯ หากกรมปศุสัตว์ประสงค์จะป้องกันและควบคุมการระบาดของโรคในสินค้าประเภทดังกล่าว สมควรที่จะได้มีการออกประกาศกระทรวงตามบทนิยาม “ซากสัตว์” ในมาตรา 4 โดยเร็วต่อไป

