เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในโลกออนไลน์พากันแชร์คลิปหญิงสาวรายหนึ่งซึ่งอ้างว่าต้องเดินจากถนนพระราม 3 เพื่อกลับบ้านย่านพระราม 2 หลังจากโดนตำรวจจับปรับยึดรถ เพราะไม่สวมหมวกกันน็อก ตนไม่มีเงินติดตัว ไม่สามารถจ่ายค่าปรับได้ ทำให้ต้องเดินกลับบ้านกลางดึกดังกล่าว ทั้งนี้ เมื่อคลิปดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก บางส่วนมองว่าตำรวจทำตามกฎหมาย บางส่วนมองว่าตำรวจทำเกินกว่าเหตุ
โพสต์ดังกล่าวระบุว่า “หนูต้องเดินกลับบ้านจากพระราม3ถึงพระราม2 เพราะตำรวจยึดรถและหนูไม่มีเงินติดตัวซักบาทที่จะจ่ายค่าปรับ แฟนหนูไม่ได้พกใบขับขี่มา เค้าขับรถมารับหนูและไม่ได้เอาหมวกกันน็อกมาเผื่อหนู หนูผิดจริงๆแต่หนูไม่มีตังติดตัวจริงๆ สุดท้ายหนูก็เดินกลับบ้าน(19’10.61)
พยายามอธิบายตำรวจก็บอกว่าตามกฎหมายนะครับ แต่ก็ได้แต่ร้องไห้ค่ะ โมโหเลยพูดไม่ดีบ้างแต่หนูไม่รู้จะทำยังไง เดินกลับจริงๆค่ะ หมดศรัทธากับตำรวจไทย แต่ตอนหนูเดินจากด่านเดินกลับบ้านเรื่อยๆก็เห็นตำรวจย้อนศรตลอดนะคะ เค้าพาคนอื่นที่โดนจับไปสน.หมายถึงคนที่เค้ามีตังจ่ายค่าปรับน่ะค่ะ ถ้าคนมีตังเค้าก็มีบริการรับส่งระหว่างด่านถึงสน. ขากลับมาด่านเค้าก็ย้อนศรกลับมา หนูถ่ายคลิปไว้ตลอดแต่อาจจะมีพูดไม่ดีในคลิปบ้างด้วยอารมณ์โมโหของหนู หนูรู้สึกโดนรังแกมากๆเลยค่ะเจ็บใจที่เราดันไม่มีตังติดตัว ไม่งั้นคงจ่ายไปแล้วค่าปรับไม่กี่บาท นี่แม้แต่ค่ารถกลับบ้านหนูก็ยังไม่มี ร้องไห้เดินกลับเค้าก็ไม่เห็นใจหนูเลย สุดท้ายหนูเดินถึงแค่สะพานกรุงเทพค่ะแล้วหนูไม่ไหว พอดีเพื่อนหนูโทรมาพอดีเค้าเลยมารับหนูกับแฟนหนูแล้วพามาส่งพระราม2 คือหนูผิดจริงๆแต่ในสถานการณ์แบบนี้ตำรวจเค้าต้องเคร่งขนาดนี้เลยหรอคะ”

