เจ้าอาวาส ‘วัดดอกไม้ ยานนาวา’ ร้องสื่อถูกกดดับขับไล่ วอน พศ. ช่วยเหลือ(คลิป)

เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนขอความเป็นธรรมจาก พระครูสมุห์ศักดิ์ โชติปญโญ ตำแหน่งเจ้าอาวาส “วัดดอกไม้ ยานนาวา” สาธุประดิษฐ์ 58 ถ.พระราม 3 แขวงบางโพงพาง เขตยานนาวา กรุงเทพฯ ว่า ในขณะนี้ได้รับความเดือดร้อนถูกกลุ่มผู้มีอิทธิพลมืดกดดันกล่าวหาว่ายักยอกเงินวัดและยังอยู่ในช่วงของขั้นตอนสอบสวนอยู่ ได้มีการบุกวัดมาคล้องโซ่ล็อกกุฏิทำให้ไม่สามารถเข้าไปได้ ทุกวันนี้ต้องอาศัยจำวัดที่กุฏิท้ายภายในวัดอย่างลำบาก ต้องคอยระวังตัวจากกลุ่มผู้มีอิทธิพล หวังมาเข้าดูแลผลประโยชน์ภายในวัดต่างๆ

พระครูสมุห์ศักดิ์ กล่าวว่า เริ่มต้นเลยอาตมาถูกกล่าวหาว่ายักยอกเงินวัดนำไปใส่บัญชีส่วนตัว หลังจากถูกกล่าวหา อาตมาก็ทนอยู่มาเรื่อย เนื่องจากเราไม่ได้ทำการดังกล่าวและไม่ค่อยมีความรู้ จึงได้หาที่ปรึกษาที่พอรู้จักกันให้เข้ามาช่วยเหลือด้านคำปรึกษา ต่อมาไม่นานที่ปรึกษาคนดังกล่าวกลับมาพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือข่มขู่อาตมาและบีบบังคับต่างๆนานา พร้อมทั้งยังได้ทำหนังสือร้องเรียนอาตมาไปยังหน่วยงานต่างๆ อาทิ ปปช. สำนักพุทธศาสนาฯและเจ้าคณะกรุงเทพมหานครฯ จากนั้นทางเจ้าคณะกรุงเทพฯได้ส่งเรื่องมาถึงแขวงยานนาวาเขต1 ที่ดูแลวัดดอกไม้สำนักงานตั้งอยู่ที่วัดยานนาวา ทางอาตมาก็ได้ทำหนังสือชี้แจงเรื่องบัญชีต่างๆกลับเข้าไปถึง 2 ครั้ง จนกระทั่งปรากฎมีหนังสือแจงกลับมาจากเจ้าคณะเเขวงภาค1 ว่าให้เซ็นรับคำสั่งให้ยินยอมแต่งตั้งตำแหน่งรักษาการแทนได้ พร้อมให้อาตมาพักจากตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดดอกไม้เป็นการชั่วคราว

จากนั้นด้วยความบริสุทธิ์ใจ อาตมาจึงได้เซ็นรับคำสั่งหนังสือดังกล่าวไปก่อน แต่เหตุการณ์กลับเลวร้ายลง เพราะเมื่อวันที่ 19 ตุลาคมที่ผ่านมา กลับได้มีกลุ่มคนและเจ้าหน้าที่ตำรวจมาคล้องโซ่ล็อกกุฎิเจ้าอาวาสไม่ให้ อาตมาเข้าจำวัดพักอาศัยได้ และได้นำบัญชีวัดทั้งหมดจำนวน 15 บัญชีเก่าที่มีอยู่แล้วไป โดยมีการกล่าวอ้างถึงหนังสือว่าพระผู้ใหญ่ออกคำสั่งมาให้ทำแบบนี้ แต่ปรากฎว่าหนังสือที่กล่าวอ้างนั้น “ไม่มีลายลักษณ์อักษรของพระผู้ใหญ่จากทางคณะจังหวัด

“เพราะถ้ามีจะต้องนำมาแสดงให้กับอาตมาดู ถามว่าทำกันแบบนี้ทำถูกต้องตามกฎหมายหรือ พ.ร.บ.สงฆ์ หรือไม่อย่างไร เพราะเท่าที่ทราบมาการที่จะกล่าวหาหรือปลดจากตำแหน่ง ต้องมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาไต่สวนหรือสอบสวนอย่างเป็นทางการ และมีลายลักษณ์อักษรที่ชัดเจนไม่ใช้มาทำกันแบบนี้ และยังมีการข่มขู่มาจากผู้มีอิทธิพลตลอดเวลาว่า ถ้ากลับมาจำพรรษาที่วัดอีกจะจับสึก จับติดคุกติดตาราง ถามว่ายังสอบกันไม่เสร็จสิ้นกระบวนความกันเลยก็ถือว่า อาตมายังไม่มีความผิด ยังบริสุทธิ์ อาตมาก็ได้กลับมาจำวัดเช่นเดิมปกติไม่ได้หนีไปไหนเพื่อความบริสุทธิ์ใจ” พระครูสมุห์ศักดิ์ กล่าว

พระครูสมุห์ศักดิ์  ยังกล่าวอีกว่า อยากจะเรียกร้องขอความเป็นธรรมจากพระผู้ใหญ่ที่มีอำนาจที่มีความเป็นธรรม ลงมาช่วยเหลือมาดูแลเรื่องนี้ จะสอบสวนกันหรือจะอะไร อาตมาพร้อมที่จะให้ความร่วมมือทุกกรณี ให้เสร็จสิ้นการไต่สวนจนสิ้นกระบวนความ แต่อย่ามาทำกับอาตมาแบบนี้เลย ตลอดจนฝากไปถึงเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของบ้านเมือง ไม่ว่าจะเจ้าหน้าที่จากทางสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ หรือ พศ.ให้ช่วยเข้ามาดูแลช่วยเหลืออาตมาด้วย เข้ามาสอบสวนกันดูหรืออาจเพราะอาตมาไปขัดผลประโยชน์รายได้ของใครหรือไม่ จะได้รู้ข้อเท็จจริงว่าเรื่องดังกล่าวมีรายได้และผลประโยชน์เข้ามาแอบแฝง ซึ่งทางวัดก็มีรายได้ต่างๆมากมาย อาทิ ค่ารับฝากจอดรถภายในวัดของชาวบ้านในบริเวณใกล้เคียง ค่าปล่อยให้เช่าที่ดินวัด รวมถึงรายได้จากการปฎิบัติงานพิธี รวมถึงขอฝากไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ให้ปฎิบัติหน้าที่อย่างเป็นธรรมและตรงไปตรงมาด้วย

บทความก่อนหน้านี้แผ่นดินไหวแรง 6.0 เขย่านอกชายฝั่งไต้หวัน ทำตึกสูงกรุงไทเปสั่นไหว
บทความถัดไปคนแน่นงาน! บูธ ‘มติชน’ คึกคัก นักอ่านช้อปหนังสือวันหยุด-รอนักเขียนดังแจกลายเซ็น