“วัวแดง” ผู้สนับสนุนรายใหญ่ให้ป่าสมบูรณ์

23.10.18 | 13:24 น.

การอนุรักษ์สัตว์ป่าตัวนึง ใช่ว่าเราจะดูแลแค่สัตว์ป่าตัวหนึ่ง แต่เราจะต้องดูแลทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบสัตว์ตัวนั้นด้วย อย่างเช่นการอนุรักษ์เสือโคร่งตัวหนึ่งเราจะต้องดูแลไปถึงพื้นที่ป่าอันเป็นที่อยู่อาศัยของเสือโคร่งรวมทั้งเหยื่อที่เป็นอาหารของเสือโคร่งด้วยเพราะถ้าไม่มีป่า ไม่มีเหยื่อ เสือโคร่งก็อยู่ไม่ได้ วัวแดงหนึ่งในเหยื่ออันโอชะที่เสือโคร่งชอบในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง

นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ผู้ตรวจราชการพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องวัวแดง กล่าวว่า วัวแดง สัตว์กีบขนาดค่อนข้างใหญ่ ที่เป็นเหยื่ออันโอชะของเสือโคร่งนั้น มีธรรมชาติที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ปัจจุบันนี้ มี วัวแดง และกระทิงอาศัยอยู่ ในหลายพื้นที่ เช่น ป่าในอุทยานแห่งชาติกุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จ.อุทัยธานี พื้นที่ป่าเขาแผงม้า จ.นครราชสีมา มีหลายเรื่องราวของวัวแดง ที่ทำให้นักวิชาการด้านสัตว์ป่า อยากเข้าไปศึกษาในธรรมชาติ การดำรงชีวิต

“ที่ผ่านมาเราเคยได้ยินข่าวว่า ขณะนี้มีการผสมพันธุ์ระหว่างสัตว์ 2 ชนิด แต่อยู่ในสกุลและวงศ์เดียวกันคือ กระทิงกับวัวแดงมาผสม พันธุ์กัน โดยกระทิงตัวผู้ผสมพันธุ์กับวัวแดงตัวเมีย จนตั้งท้องคลอดลูกออกมาเป็นตัวเมีย มีลักษณะรูปร่างออกไปทางกระทิง และเดินตามฝูงกระทิงไปหากินตามที่ต่างๆ ต่อมาลูกกระทิงที่มาผสมพันธุ์กับวัวแดงตัวดังกล่าว ไปผสมพันธุ์กับวัวแดงอีก คลอดลูกออกมาในรุ่นที่ 2 ลักษณะที่พบคือ ลำตัวจะมีขนาดเล็กกว่ากระทิง และมีสีไม่เข้มแบบกระทิง ไม่ออกสีแดงแบบวัวแดง ที่น่าแปลกใจคือ ส่วนใหญ่เมื่อสัตว์ต่างชนิดมาผสมพันธุ์กัน เช่น ลากับม้า หรือเสือกับสิงโต ลูกออกมาจะกลายเป็นหมัน และมีลักษณะที่ไม่ค่อยแข็งแรงมากนัก แต่ในการผสมพันธุ์กันระหว่างกระทิงกับวัวแดง ลูกที่ออกมามีความเด่นของกระทิงคือ ข้อเท้าขาวคล้ายใส่ถุงเท้า และไม่มีอาการเป็นหมัน ที่สำคัญยังสามารถสืบพันธุ์ต่อได้อีก ถือเป็นเรื่องที่น่าสนใจอย่างยิ่ง”นายธีรภัทร กล่าว

นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ

Advertisement

ผู้เชี่ยวชาญด้านวัวแดง กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาไม่เคยพบการผสมพันธุ์ในลักษณะนี้มาก่อนว่า กระทิงกับวัวแดงจะมาผสมพันธุ์กันได้ เคยพบแต่กระทิงผสมกับวัวบ้านที่ชาวบ้านเลี้ยงเอาไว้ชายป่า บริเวณที่มีกระทิงอาศัยอยู่ แต่โดยธรรมชาติของกระทิงกับวัวแดงนั้น เป็นสัตว์ที่อยู่คนละพื้นที่กันคือ กระทิงจะอยู่รวมกันเป็นฝูงอาศัยอยู่บนที่สูง แต่วัวแดงจะอาศัยอยู่ในที่ราบ ต่อมาวัวแดงถูกล่ามากขึ้นและมีจำนวนน้อยมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ป่าอุทยานฯกุยบุรี วัวแดงจึงเข้าไปหากินร่วมกับฝูงกระทิง ในธรรมชาติแล้ว ไม่ค่อยจะเห็นได้มากนัก ยิ่งสัตว์ 2 ชนิดมาผสมพันธุ์กันจนได้ลูกออกมาถือเป็นเรื่องแปลกมาก ในธรรมชาติสัตว์ชนิดเดียวกันจะมีธรรมชาติคอยกีดกันไม่ให้ผสมพันธุ์กันได้อยู่แล้ว เช่น อยู่กันคนละพื้นที่ ไม่มีโอกาสได้เจอกัน อารมณ์ในการผสมพันธุ์อยู่คนละ ช่วงเวลา หรือลักษณะของอวัยวะเพศไม่สมดุลกัน ทำให้ไม่สามารถผสมพันธุ์กันได้ เรื่องที่เกิดขึ้นนี้ ถือเป็นกรณีที่น่าศึกษาอย่างยิ่ง ก่อนหน้านี้เคยมีแค่ วัวแดงผสมกับวัวบ้าน หรือกระทิงผสมกับวัวบ้านเท่านั้น

นายธีรภัทร กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์ ของวัวแดงในพื้นที่ป่าธรรมชาตินั้น ทุกพื้นที่สถานการณ์ค่อนข้างดี แม้บางพื้นที่ ที่วัวแดงจะอยู่ในป่าเดียวกับสัตว์ผู้ล่า อย่างเสือโคร่ง และถูกเสือโคร่งล่าไปบ้าง เช่น ในพื้นที่ป่าห้วยขาแข้ง แต่ก็ไม่ทำให้ปริมาณวัวแดงลดลงอย่างมีนัยยะ และถือเป็นวิถีที่เกิดขึ้นในธรรมชาติ ทั้งนี้ การที่วัวแดงมีชีวิตอยู่ในป่า และถูกเสือโคร่งล่าเป็นอาหารนั้นถือเป็นปรากฏการณ์ที่สนับสนุน ให้ป่า เป็นป่าที่มีความสมบูรณ์ เพราะมีทั้งเหยื่อ และสัตว์ผู้ล่า อยู่ด้วยกัน สำหรับสถานการณ์การล่าวัวแดงนั้นมีน้อย เพราะระบบการป้องกันรักษาป่า โดยเฉพาะการลาดตระเวนแผนใหม่ หรือระบบสมาร์ท พลาโทล ที่มีเทคโนโลยีสมัยใหม่หลายตัวเข้ามาช่วยเจ้าหน้าที่ทำงาน ทำให้การล่ามีน้อยมาก แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่มีเลยดังนั้นงานอนุรักษ์ฟื้นฟูดูแลป่าละสัตว์ป่าก็คงต้องเดินหน้าต่ออย่างไม่มีที่สิ้นสุด