เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม นายวิโรจน์ วชิรเดชกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทรีซิกตี้ไฟว์ จำกัด (มหาชน) หรือ ทีเอสเอฟ ชี้แจงกรณีที่นายสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ระบุว่า บริษัท ทรีซิกตี้ไฟว์ฯ ซึ่งเป็นผู้ได้สิทธิติดตั้งป้ายเสาสูงของ กทม. จำนวน 1,170 ป้าย เริ่มสัญญาตั้งแต่ปี 2555 แต่เมื่อต้นปี 2561 บริษัทหยุดจ่ายเงินชำระค่าตอบแทนให้ กทม.จนถึงปัจจุบัน มียอดเงินค้างชำระกว่า 200 ล้านบาท กทม.จำเป็นต้องทำหนังสือแจ้งบอกเลิกสัญญาพร้อมรื้อถอนทรัพย์สินทั้งหมดที่กระจายตามพื้นที่ 50 เขต แต่หากเพิกเฉย กทม.จะเข้าดำเนินการรื้อถอนเองตั้งแต่วันที่ 26 ตุลาคมนี้เป็นต้นไป ว่า การที่ กทม.ยกเลิกสัญญา พร้อมทั้งเตรียมถอดป้ายโฆษณาออก ทั้งที่อายุสัมปทานเหลืออีก 35 วันเท่านั้น ที่สำคัญสัมปทานนี้ยังมีข้อพิพาท และอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลปกครองกลาง และต้องรอการวินิจฉัยจากศาลปกครอง
“บริษัทกำลังให้ฝ่ายกฎหมายตรวจสอบว่าต้องรอการวินิจฉัยของศาลก่อนหรือไม่ ส่วนเรื่องการค้างชำระค่าตอบแทนนั้น เนื่องจากบริษัทมีข้อพิพาทกับ กทม.ทั้งหมด 3 คดี ซึ่งบริษัทได้รับความเสียหาย และศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งให้รวมการฟ้องร้องทั้ง 3 คดี เป็นคดีเดียวกัน ขณะเดียวกัน บริษัทได้ทำหนังสือชี้แจงไปยัง กทม. ตั้งแต่ต้นปี โดยระบุว่าค่าสัมปทานที่จะต้องจ่ายให้กับ กทม.นั้น บริษัทฯ ขอหักลบกลบหนี้กับ กทม.ที่จะต้องชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นกับบริษัท เช่นเดียวกับกรณีที่กทม.ชะลอการดำเนินงานการรื้อถอนกับตู้โทรศัพท์สาธารณะที่มีคดีในศาลปกครอง” นายวิโรจน์ กล่าวและว่า บริษัทไม่ได้นิ่งนอนใจกับปัญหาที่เกิดขึ้น และพยายามขอพบเพื่อเจรจากับ กทม. แต่ถูกปฏิเสธ ทั้งนี้ อาจเป็นเพราะปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2558 ซึ่งผู้บริหารในชุดนั้นบางส่วนเกษียณอายุราชการแล้ว และเป็นไปได้ว่าคณะทำงานชุดใหม่จะไม่เข้าใจปัญหา
ด้านนายสกลธี กล่าวว่า ต่างฝ่ายฟ้องร้องในส่วนที่ได้รับความเสียหาย ถือเป็นสิทธิที่พึงกระทำได้ ถ้าจะขอหักลบกลบหนี้คงไม่ได้ ดังนั้นเรื่องนี้ปล่อยให้เป็นอำนาจการพิจารณาของศาลต่อไป

