แม่ “เต้ อุเทนถวาย” พบผบช.น.ขอสำนวนคดีแทงดับ หลังพ่อโดดตึกศาล วอน “ตง” เลิกทำป่วยเป็นพยานชั้นอุทธรณ์

25.10.18 | 15:46 น.

เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) นายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความ พร้อมด้วยนางเรวดี ทัฬหสุนทร แม่ของนายธนิต ทัฬหสุนทร หรือเต้ นักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีอุเทนถวาย ถูกแทงเสียชีวิตเมื่อปี 2559 และภรรยาของนายศุภชัย ทัฬหสุนทร ที่กระโดดตึกศาลอาญาเสียชีวิต เดินทางเข้ายื่นหนังสือกับพล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(รรท.ผบช.น.) เพื่อขอสำนวนการสอบสวนคดี ของนายธนิต ทัฬหสุนทร หรือเต้ นักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีอุเทนถวาย ถูกแทงเสียชีวิตเมื่อปี2559 ที่ก่อนหน้านี้ พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช อดีต ผบช.น.ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าว


นายอนันต์ชัย เปิดเผยว่า ในสำนวนของ บช.น. มีคำให้การของแพทย์ที่ระบุว่านายพีรวิชญ์ ปุตตะจินารักษ์ หรือนายตง พยานปากสำคัญที่เห็นเหตุการณ์ เพียงคนเดียว มีอาการป่วยทางจิต ซึ่งกลายเป็นข้ออ้างที่นายตง ไม่เดินทางมาเบิกความในชั้นศาล ซึ่งหากตรวจสอบอย่างละเอียดทราบว่าแพทย์ไม่ได้ระบุว่านายพีรวิชญ์ ป่วยถึงขั้นขึ้นให้การในชั้นศาลไม่ได้ แต่ระบุความเห็นว่า เห็นให้ชะลอการเป็นพยานในชั้นศาลจนกว่าอาการจะดีขึ้น ประกอบกับประวัติการก่อคดีปล้นทรัพย์ของนายตง ในท้องที่ สน.ประเวศ และคดีเก่า 7 คดี น่าจะทำให้เห็นว่านายพีรวิชญ์ไม่ได้มีอาการป่วยจริง

“นอกจากนี้ในสำนวนของ บช.น. มีนายฟลุ๊คพยานอีก 1 คนที่อยู่ในที่เกิดเหตุ ซึ่งยืนยันได้ว่านายพีรวิชญ์ หรือตง ได้ให้การในชั้นพนักงานสอบสวนว่าเห็นนายณัฐพงษ์ เงินคีรี หรือโจ้จำเลย เป็นคนลงมือแทงนายธนิต หรือเต้ ยืนยันว่าคำให้การของนายพีรวิชญ์ และนายฟลุ๊คมีความสำคัญมากเพราะจะใช้ประกอบการเขียนคำอุทธรณ์ ว่านายพีรวิชญ์ ไม่ได้มีอาการป่วยทางจิต สามารถขึ้นให้การได้ และเพื่อให้ศาลอุทธรณ์สั่งสืบพยานเพิ่มเติม ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 208 ประกอบกับคำให้การจากแพทย์ที่ยืนยันว่านายพีรวิชญ์ ไม่ได้มีอาการป่วยทางจิต ถึงขั้นไม่สามารถขึ้นให้การได้”นายอนันต์ชัย กล่าว

ส่วนกรณีที่ล่าสุดนายพีรวิชญ์ ถูกตำรวจสน.ประเวศจับกุมในคดีปล้นทรัพย์วิศวกร เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม ที่ผ่านมา  ทนายความกล่าวว่า ทาง ผกก.สน.ประเวศ ยืนยันว่าจากการสอบปากคำนายพีรวิชญ์ มีอาการปกติ พูดจารู้เรื่อง ให้การได้ ซึ่งขณะนี้นายพีรวิชญ์ อยู่ในการควบคุมของเรือนจำพิเศษกรุงเทพ น่าจะทำให้ง่ายในการเบิกตัวขึ้นให้การ ทั้งนี้หากนายนายพีรวิชญ์ ได้รับอนุญาตให้มาเบิกความได้ แต่ไม่ให้การเหมือนกับที่ให้การในชั้นพนักงานสอบสวนนั้น กรณีนี้เชื่อว่า ไม่ส่งผลกระทบ เพราะเมื่อนายพีรวิชญ์ มาให้การอีกครั้งที่ศาล แม้ไม่เหมือนเดิม ศาลสามารถใช้ดุลพินิจให้น้ำหนักคำให้การในแต่ละครั้ง

ด้านนางเรวดี เปิดเผยว่า วันนี้รู้สึกสบายใจขึ้นและมีความหวัง พร้อมเรียกร้องให้นายพีรวิชญ์เห็นใจกับครอบครัวที่ต้องสูญเสีย จึงขอให้มาเป็นพยานในชั้นอุทธรณ์ด้วย

Advertisement