ฮือฮาพบศาลแปลก มีรูปปั้นแปลก ชาวบ้านเรียก ตาเมฆ ยายหมอก โดยเป็นรูปปั้นสภาพเปลือยกายสยิวกำลังมีเพศสัมพันธ์ ตั้งอยุู่ภายในศาลตาเมฆ-ยายหมอก บริเวณถนนทางเข้าหมู่บ้าน สายบางสะแก-โคกงูเห่า หมู่ 3 บ้านบางสะแก ต.บางตะเคียน อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี ชาวบ้านรีบแจงเป็นความเชื่อของคนในชุมชน หยุดดราม่า เพราะเป็นประเพณีสืบทอดกันมายาวนานแล้ว
ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ศาลตาเมฆ-ยายหมอก โดยได้พูดคุยกับนายกำพล ลีวานันท์ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 3 ซึ่งได้เปิดเผย ว่า เรื่องนี้เป็นความเชื่อของชาวบ้าน และความศักดิ์สิทธิ์ที่ถือปฏิบัติกันมายาวนาน ซึ่งที่ผ่านมาก็มีเรื่องปาฏิหาริย์ต่างๆมากมาย ใครผ่านไปมาแถวนี้ก็ต้องยกมือไหว้ขอขมา และก็เป็นประเพณีสืบทอดกันมายาวนานแล้ว ซึ่งเรื่องนี้เป็นความศรัทธาของคนในชุมชน จึงไม่มีใครกล้าลบหลู่ ซึ่งตนในฐานะผู้นำท้องถิ่นและชาวบ้าน ก็ถือว่าศาลแห่งนี้คือศูนย์รวมใจของชาวบ้าน ผู้ใหญ่บ้านยังกล่าวต่ออีกว่า แต่ก่อนรูปปั้นนี้ได้ถูกวางทิ้งไว้ด้านนอกไม่ได้ขึ้นมาอยู่บนศาล เนื่องจากศาลยังไม่ได้บูรณะซ่อมแซมเนื่องจากชำรุด พอหลังชาวบ้านได้รวมใจกันซ่อมแซมก็ได้ทำพิธีนำรูปปั้นตาเมฆกะยายหมอกขึ้นมาไว้ที่ศาลไม้ ชาวบ้านก็ได้มาไหว้ตามความเชื่อ ซึ่งชาวบ้านที่นี่จึงมองว่า เรื่องรูปปั้นนั้นไม่ได้อนาจารหรือลามกแต่อย่างใด เพราะถือเป็นเรื่องปกติของความเชื่อศรัทธาของชุมชนที่นี่ที่สืบทอดกันมายาวนานแล้ว ผู้ใหญ่บ้านกล่าวทิ้งท้าย
นายดำรงค์ ชูก้าน อายุ 61 ปี เป็นกรรมการศาลแห่งนี้และเป็นชาวบ้านในพื้นที่ หมู่ 3 บ้านบางสะแก ต.บางตะเคียน อ.สองพี่น้อง ได้เล่าให้ให้ฟังว่า รูปปั้นตาเมฆ ยายหมอก ที่อยู่ในสภาพเปลือย ขณะกำลังมีลักษณะเหมือนมีเพศสัมพันธ์กันอยู่นั้น ขอชี้แจงว่า รูปปั้นตาเมฆ ยายหมอก เป็นรูปปั้นที่ใช้ในประเพณีท้องถิ่น ที่แห่คู่พร้อมกับประเพณีการแห่นางแมวขอฝน มานานกว่า 50-60 ปีแล้ว ซึ่งเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจชาวบ้านในชุมชน ในการขอฟ้า ขอฝน จากเทวดา ในยามฤดูแล้งไม่มีน้ำทำนา ปลูกข้าว คนรุ่นเก่าในสมัยก่อน จึงได้ปั้นรูป ตาเมฆ ยายหมอก ในสภาพเปลือยกายมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งเป็นความเชื่อ เป็นประเพณี และวัฒนธรรมท้องถิ่นที่บรรพบุรุษถ่ายทอดความรู้จากรุ่นสู่รุ่น ชาวบ้านบางสะแก จึงถือว่าไม่น่าจะเป็นการสื่อสารไปทางลามกอนาจารแต่อย่างใด
สมัยที่ตนยังเป็นเด็กก็ยังพอจำความได้ว่า ปั้นรูป ตาเมฆ ยายหมอก ชาวบ้านจะช่วยกันปั้นด้วยดินเหนียว เพื่อใช้ในพิธีแห่นางแมว ขอฝน หลังจากนั้นก็จะช่วยกันโยนลงไปในคลอง จนกระทั่งมี นายเล็ก ซึ่งเป็นช่างปั้นพระ อยู่ที่วัดไผ่โรงวัว ได้แต่งงานกับสาวในหมู่บ้าน เห็นว่าต้องปั้นรูปตาเมฆ ยายหมอก ด้วยดินเหนียวทุกปี จึงได้อาสาใช้ปูนซีเมนต์ปั้นเป็นรูปตาเมฆ ยายหมอก เพื่อใช้เป็นการถาวรมายาวนานกว่า 30 ปีแล้ว ในช่วงแรกๆ ได้ปลูกเป็นเพิงพักสังกะสี เพื่อเก็บรักษาปั้นรูปตาเมฆ ยายหมอก ต่อมาได้มีชาวบ้านมาขอโชคลาภ ขอเลขเด็ด บนบานศาลกล่าว สำเร็จสมความปรารถนา จึงได้มีการแปรสภาพมาตลอด จนกระทั่งเป็นศาลไม้หน้าจั่วทรงไทย ภายใน 1 ปี และชาวบ้านก็ได้ร่วมกันสร้างศาลาอเนกประสงค์ไว้ด้านข้าง เอาไว้ประชุมงานในหมู่บ้าน และจะมีงานประจำปี 2 ครั้ง งานใหญ่ ครั้งแรกในวันที่ 12 เมษายน ก่อนวันสงกรานต์ และวันออกพรรษาของทุกปี มีการทำบุญตักบาตร เลี้ยงพระ 9 รูป ในบางปีก็จะมีชาวบ้านนำมหรสพมาแก้บน เช่น ภาพยนตร์ และลิเก ส่วนชาวบ้านที่นำมาแก้บนหรือถวายก็มีทั้งพวงมาลัย น้ำแดง ตามความเชื่อ

