ตร.ท่องเที่ยวเกาะสมุย ร่วม ตม.สุราษฎร์จับกุมหนุ่มเมืองผู้ดีโอเวอร์สเตย์หลบซ่อนบนเกาะพะงัน นาน 450 วัน นำตัวดำเนินคดีพร้อมโดนแบล๊กลิสต์ห้ามเข้าไทย 10 ปี
เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม พ.ต.อ.ธงไชย วิไลพรหม ผกก.2 บก.ทท.3 ร่วมกับ พ.ต.อ.วันชนะ บวรบุญ ผกก.ตม.จ.สุราษฎร์ธานี นำกำลังเจ้าหน้าที่หน่วยบริการตำรวจท่องเที่ยวเกาะพะงัน พร้อมด้วยตรวจคนเข้มเมืองจังหวัดสุราษฎร์ธานี ออกปฏิบัติการกวาดล้างคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย ตามแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดสุราษฎร์ธานี เกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า ตามนโยบายรัฐบาล นำโดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รรท.ผบช.สตม. และ พล.ต.ต.ธีรพล คุปตานนท์ รรท.ผบช.ทท. สั่งการให้เร่งรัดกวาดล้างอาชญากรข้ามชาติ โดยให้บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง กรณีเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต หรืออนุญาตสิ้นสุด (Overstay)
โดยกำลังเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบที่บ้านเช่าไม่มีเลขที่ พื้นที่ หมู่ 7 ต.เกาะพะงัน อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี พบชายชาวต่างชาติลักษณะมีพิรุธพยายามจะเดินหลบหนีเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวและขอตรวจสอบหนังสือเดินทางทราบชื่อว่า นายรัสเซล ฮุก (MR.RUSSELL HOUGH) อายุ 41 ปี สัญชาติอังกฤษ จากการตรวจสอบหนังสือเดินทางพบว่าเข้ามาได้รับการเข้ามาอยู่ในประเทศไทยเป็นการชั่วคราว โดยการอนุญาตสิ้นสุดไปแล้วเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2560 หรือเป็นระยะเวลา 450 วัน จากพฤติกรรมดังกล่าวจึงเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมายตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 และเจ้าหน้าที่ได้ตรวจค้นภายในบ้านที่มีสภาพสกปรกรกเหมือนรังหนู ไม่พบสิ่งผิดกฎหมายอย่างอื่น จึงได้จับกุมตัวและไปสอบสวน
เบื้องต้น จากการสอบปากคำนายรัสเซล ฮุก อายุ 41 ปี สัญชาติอังกฤษ ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า “เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด” และจะถูกขึ้นบัญชีดำห้ามเข้าประเทศไทยเป็นเวลา 10 ปี ส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สภ.เกาะพะงัน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สำหรับการ “ขึ้นบัญชีดำ” หรือ “แบล๊กลิสต์” ไม่ให้ชาวต่างชาติที่อยู่เกินวีซ่า สามารถเดินทางกลับเข้าไปในประเทศไทย โดยระยะเวลาของการห้ามเข้าประเทศจะแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่อยู่เกินวีซ่าและลักษณะของการถูกจับกุมด้วย กล่าวคือ หากเป็นการเข้ามอบตัวโดยสมัครใจก็จะได้รับการลดโทษลง โดยในกรณีที่ผู้อยู่เกินวีซ่าติดต่อยอมมอบตัวเองนั้น หากอยู่เกินวีซ่าน้อยกว่า 90 วัน จะไม่มีการขึ้นบัญชีดำ, ระหว่าง 90-365 วัน ถูกขึ้นบัญชีดำ 1 ปี, ระหว่าง 1-3 ปี ถูกขึ้นบัญชีดำ 3 ปี, ระหว่าง 3-5 ปี ขึ้นบัญชีดำ 5 ปี และ 5 ปีขึ้นไป จะถูกขึ้นบัญชีดำ 10 ปี สำหรับกรณีที่ถูกจับกุมนั้น ชาวต่างชาติที่อยู่ไม่เกินวีซ่า 1 ปี จะถูกขึ้นบัญชีดำ 5 ปี และหากอยู่เกินวีซ่านานกว่า 1 ปีขึ้นไป จะถูกขึ้นบัญชีดำห้ามเข้าประเทศไทยเป็นเวลา 10 ปี


