จากกรณีเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2561 เวลาประมาณ 18.25 น. นายจิรวัฒน์ หรือเนม ศรีวงศ์ อายุ 36 ปีผู้ต้องหาวิ่งราวทรัพย์ร้านทองในห้างสรรพสินค้าเซ็นจูรี่ ถนนพญาไท แขวงพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร ได้ทรัพย์สินเป็นสร้อยคอทองคำน้ำหนักประมาณ 5 บาท พร้อมจี้รูปรัชกาลที่ 9 ทองคำน้ำหนัก 2 สลึง มูลค่ารวม 108,200 บาท ต่อมาถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัว พร้อมติดตามทองมาคืนเจ้าของได้นั้น
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 26 ตุลาคม ที่สถานีตำรวจนครบาลพญาไท (สน.พญาไท) พล.ต.ต.เสนิต สำราญสำรวจกิจ ผบก.น.1 พ.ต.อ.นครินทร์ สุคนธวิท รอง ผบก.น.1 พ.ต.อ.นิติวัฒน์ แสนสิ่ง ผกก.สน.พญาไท พ.ต.ท.วชิรากรณ์ วงศ์บุญ รอง ผกก.สส.สน.พญาไท และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พญาไท ร่วมกันแถลงผลการจับกุมนายจิรวัฒน์ หรือเนม ศรีวงศ์ ผู้ต้องหาวิ่งราวทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวก แก่การกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม พร้อมนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นจูรี่
โดย พล.ต.ต.เสนิต พ.ต.อ.นครินทร์ สุคนธวิท รอง ผบก.น.1 พร้อมชุดจับกุม สน.พญาไทไ ด้นำตัวนายจิรวัฒน์มาชี้จุดทำแผน ที่ห้างฯเซ็นจูรี โดยจุดที่ 1 คือบริเวณถนนหน้าห้างสรรพสินค้าดังกล่าว ใต้รถไฟฟ้าบีทีเอสสถานีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ที่นายจิรวัฒน์นำรถจักรยานยนต์มาจอด และเป็นจุดเดียวกับที่กลับมานำรถขับออกไปหลังก่อเหตุ จุดที่ 2 คือบริเวณหน้าทางเข้า และจุดที่ 3 คือบริเวณชั้น 2 ของห้างซึ่งเป็นที่ตั้งของร้านทองศรีโต๊ะกัง ที่นายจิรวัฒน์ก่อเหตุ
ด้านสุรัตน์คนา เวศน์เรืองวิทย์ อายุ 38 ปี พนักงานร้านทอง เปิดเผยว่า ในวันเกิดเหตุผู้ต้องหาได้ทำทีเดินเข้ามาเพื่อขอลองสร้อยทองถึง 3 ครั้ง โดยครั้งแรกได้มาเดินดูก่อนจะกลับมาในช่วงเวลา 17.00 น. และบอกว่าแฟนจะนำเงินมาจ่ายให้ ต่อมาตอนช่วงประมาณ 18.00 น. ได้มาขอลองนำไปสวมคออีกครั้ง และอาศัยจังหวะที่คนในร้ายเผลอวิ่งหนีไป ยอมรับว่าตนเริ่มผิดสังเกตและแจ้งให้ รปภ.ของทางร้านจับตาดู แต่เพียงพริบตาคนร้ายก็วิ่งออกจากร้านไปแล้ว ตนพลาดที่ยอมให้ผู้ต้องหาลองสวมสร้อยคอทองคำ และรู้สึกเสียใจ แต่เมื่อทราบข่าวว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมคนร้ายได้ก็รู้สึกดีใจและขอบคุณที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมคนร้ายได้ภายในเวลาเพียงไม่ถึง 28 ชั่วโมง
ด้าน พล.ต.ต.เสนิตฝากเตือนไปถึงเจ้าของร้านทองและพนักงานขายให้ระมัดระวังลูกค้าที่มีพฤติกรรมน่าสงสัย หากมีการขอลองสินค้าบ่อยครั้งให้จับตามองเป็นพิเศษ หากเกิดเหตุผิดปกติขึ้นให้รีบกดปุ่มนิรภัยล็อกประตูหรือแจ้งเตือนให้เจ้าหน้าที่มาจัดการทันที และในช่วงขณะนี้ใกล้ที่จะเปิดเทอมปลายภาคก็อาจมีคนตัดสินใจคิดสั้นเข้ามาวิ่งราวหรือขโมยของภายในร้านได้จึงต้องตรวจสอบกล้องวงจรปิดให้ใช้การได้ 100% เพื่อใช้เป็นพยานหลักฐานในการติดตามจับกุมตัวคนร้าย
เบื้องต้นรายงานข่าวระบุว่าจากการสอบสวนนายจิรวัฒน์ ได้ให้การรับสารภาพว่าตนเองนำสร้อยคอทองคำเส้นดังกล่าวไปขายต่อ เพราะตั้งใจหาเงินไปแต่งงานกับแฟนที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งในวันเกิดเหตุเหลือเวลาอีกเพียง 1 วัน ที่แฟนให้เวลาไว้ จึงคิดสั้นตัดสินใจลงมือ




