14องค์กรค้านสร้างถนนคอนกรีต ‘บ้านกร่าง-พะเนินทุ่ง’ ชี้ประชาชนไม่มีส่วนร่วม

26.10.18 | 17:36 น.

เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม มูลนิธิสืบนาคะเสถียร ชมรมอนุรักษ์นกและธรรมชาติล้านนา สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน มูลนิธิพื้นที่ชุ่มน้ำไทย กลุ่มอนุรักษ์และช่วยเหลือสัตว์ป่า มูลนิธิโลกสีเขียว บริษัท ไวล์ด เอนเคาน์เตอร์ ไทยแลนด์ จำกัด กลุ่มศิลปินเพื่อป่าแก่งกระจาน องค์กรชุมชนตำบลหนองชุมพลเหนือฯ กลุ่มรักษ์เขาใหญ่ กลุ่มอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพและสิ่งแวดล้อม กลุ่มใบไม้ มูลนิธิธรรมชาติศึกษา และกลุ่ม Save wildlife Thailand รวม 14 องค์กรร่วมออกแถลงการณ์ขอคัดค้านโครงการปรับปรุงพื้นผิวจราจรเป็นถนนคอนกรีตเสริมเหล็กบริเวณถนนสายบ้านกร่าง-พะเนินทุ่ง ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน รวมระยะทาง 21.90 กิโลเมตร (กม.)

นายภาณุเดช เกิดมะลิ เลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร เปิดเผยว่า โครงการปรับปรุงพื้นผิวจราจรดังกล่าว มูลนิธิสืบฯ และอีกหลายองค์กร รวม 14 องค์กร ไม่เห็นด้วย เพราะไม่มีการเปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ไม่คำนึงถึงหลักการมีส่วนร่วมจากพื้นที่ ถือเป็นกระบวนการที่ไม่ชอบธรรม แม้จะอ้างถึงการพัฒนาเส้นทางคมนาคม หรือเป็นโครงการเดิมเพียงแต่ต้องซ่อมแซมถนนเส้นเดิม เพราะมีดินถล่ม ถนนยุบตัว น้ำกัดเซาะ ทำให้ถนนไม่สามารถสัญจรไปมาได้นั้น แต่หลายองค์กรมองว่า เหมือนเป็นโครงการที่ทำขึ้นใหม่ อีกทั้งยังเกี่ยวเนื่องกับงบประมาณของแผ่นดิน ดังนั้นควรคำนึงถึงกระบวนการรับฟังและมีส่วนร่วมจากประชาชนมากกว่านี้

นายภาณุเดช กล่าวว่า ระหว่างการก่อสร้างถนนรวมระยะทางรวม 21.90 กม. โดยอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานจะทำการปิดแหล่งท่องเที่ยวพะเนินทุ่ง ตั้งแต่ กม.ที่ 15+00 ถึง กม.ที่ 36+500 เป็นระยะเวลา 560 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ เส้นทางที่จะปรับปรุงเป็นเส้นทางตัดผ่านพื้นที่ใจกลางอุทยานอันเปรียบเสมือนหัวใจของป่าแก่งกระจาน เป็นถิ่นอาศัยของสัตว์ป่ามากมาย อาทิ เสือ เก้งหม้อ เลียงผา อีกทั้งระหว่างก่อสร้างต้องใช้เครื่องจักรกล มีรถขนปูน ขนคนก่อสร้าง ไปกลับไม่ต่ำกว่า 5 พันเที่ยว ซึ่งแน่นอนว่ามีผลกระทบต่อสัตว์ป่าและระบบนิเวศอย่างแน่นอน

เลขามูลนิธิสืบฯ กล่าวว่า จากบทเรียนที่ผ่านมา การสร้างถนนเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยว มักมีผลกระทบต่อสัตว์ป่าตามที่เรามักจะเห็นซากสัตว์ป่าที่ถูกรถชน อาทิ บนถนนที่ตัดผ่านอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ หรือ ปางสีดา สถิติจากเฉพาะถนนที่ตัดผ่านเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน พบมีสัตว์ป่าถูกรถชนตายตายถึงปีละประมาณ 3,000 ตัว

“แม้อุทยานฯ จะอ้างว่ามีมาตรการรองรับผลกระทบ เช่น การควบคุมความเร็วรถยนต์ แต่สถานการณ์จริงนักท่องเที่ยวอาจลดความเร็วเมื่ออยู่ต่อหน้าเจ้าหน้าที่อุทยานฯ แต่เราไม่รู้ว่าหลังจากนั้นจะขับรถด้วยความเร็วเท่าไร ยิ่งขับรถเร็วก็ยิ่งมีความเสี่ยงที่จะชนสัตว์ป่าได้มากขึ้นเท่านั้น เรื่องนี้อาจจะก้าวพ้นอำนาจของหัวหน้าอุทยานฯแก่งกระจานไปแล้ว เพราะทราบว่ามีการเซ็นสัญญาระหว่างจังหวัดกับผู้รับเหมาแล้ว จึงอยากร้องขอต่อ พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ทบทวนโครงการก่อสร้างดังกล่าว เพราะสัตว์ป่าหรือระบบนิเวศที่สูญเสียไปเรียกกลับคืนได้ยาก” เลขามูลนิธิสืบฯ กล่าวและว่า อย่างไรก็ตาม เพื่อการเดินทางที่ปลอดภัยของทั้งนักท่องเที่ยว และเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า ซึ่งใช้เป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ของการลาดตระเวน เห็นควรแก้ไขปรับปรุงเฉพาะจุดที่มีความเสี่ยง ชำรุดซ้ำซาก เช่น ช่วงที่มีความลาดชันสูง หรือจุดที่มีน้ำกัดเซาะ มีดินถล่มซ้ำซาก วิธีนี้น่าจะเป็นหนทางลดผลกระทบต่อสัตว์ป่าลงไปได้มาก และประหยัดงบประมาณได้ไม่น้อย

Advertisement