หญิงท้องขายหวิวหาเงินคลอด เข้าพบ ปอท.รับข้อหา เผยชีวิตลำเค็ญ ยังปิดสามีกลัวทิ้ง ตร.ถึงกับต้องช่วย!!

27.10.18 | 14:15 น.

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 27 ตุลาคม ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผกก.3 บก.ปอท.และรองโฆษก ปอท. เชิญตัว น.ส.จอย (นามสมมุติ) อายุ 32 ปี ชาว จ.สงขลา อาชีพรับจ้างทั่วไป ให้เข้าพบตามหมายเรียกตัว หลังตกเป็นบุคคลที่ปรากฏในข่าว หญิงท้องแก่ประกาศค้าบริการผ่านโซเชียล โดยอ้างว่าจะนำเงินไปเป็นค่าทำคลอดเด็ก โดยมีกำหนดคลอดในต้นเดือนพฤศจิกายนนี้


น.ส.จอยกล่าวว่า ตนมีอาชีพรับจ้างทั่วไป ได้เงินค่าจ้างเป็นรายวัน หากไม่ทำงานก็ไม่มีรายได้ ส่วนสามีที่อยู่กันมา 10 ปี จนมีลูกสาวอายุ 9 ขวบ ทำงานรับจ้างช่วยขายของได้ค่าจ้างเดือนละประมาณ 9,000 บาท ถ้ามีงานเพิ่มช่วยลงของก็จะได้เงินล่วงเวลาเพิ่ม ตกเดือนละ 10,000-11,000 บาท แต่ก็ต้องเสียเงินค่าเช่าบ้านเดือนละ 1,700 บาท ค่าน้ำค่าไฟ 500 บาท ส่งเงินให้พ่อแม่ที่ต่างจังหวัดเลี้ยงลูกคนโต อีกเดือนละ 3,000 บาททำให้รายได้ไม่พอใช้จ่าย เมื่อตั้งครรภ์ลูกคนที่สอง จึงฝากครรภ์ไว้ที่โรงพยาบาลรัฐ ย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ โดยมีกำหนดคลอดในต้นเดือน พ.ย. จะต้องใช้เงินค่าคลอดประมาณ 15,000 บาท ซึ่งทั้งตนเองและสามีนั้นไม่มีเงินเก็บ

หญิงตั้งครรภ์กล่าวว่า เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ได้เห็นข่าวจากสำนักข่าวโทรทัศน์รายหนึ่ง ได้นำเสนอเรื่องราวของผู้หญิงที่เสนอตัวขายบริการแลกเงิน จึงได้ความคิดดังกล่าวมาทำ โดยไม่ได้ปรึกษาหรือบอกให้สามีทราบ ก่อนจะตัดสินใจสมัครเฟซบุ๊กโดยใช้ชื่อและนามสกุลจริง พร้อมทั้งถ่ายรูปและอัดคลิปลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว ประกาศขายบริการตามที่ตกเป็นข่าว แต่ไม่ทราบว่ามีใครเข้ามาเห็นและส่งรูปไปลงในเพจ ”กลุ่มคนไม่มีศาสนาประเทศไทย (Irreligious of Thailand)” ก่อนที่เพจ “มนุษย์เลเวล 1“ จะนำไปเผยแพร่ต่ออีกทอดหนึ่ง

ร.ต.ท.เปตอง ด่านปรีดา รองสารวัตรสอบสวน กก.3 บก.ปอท. ได้สอบปากคำ น.ส.จอย ก่อนแจ้งข้อหาความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (4) “นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลในลักษณะลามก และข้อมูลคอมพิวเตอร์ ที่ประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้” มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท และ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539 มาตรา 7 “ผู้ใดโฆษณาหรือชักชวน หรือแนะนำด้วยเอกสารสิ่งพิมพ์ เพื่อการค้าประเวณีของตนเองและผู้อื่น”

Advertisement

พ.ต.อ.ศิริวัฒน์กล่าวว่า คดีนี้เป็นที่สนใจของสังคมออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์กันมาก หน่วยงานรัฐก็ต้องการทราบข้อเท็จจริง ศูนย์เฝ้าระวังออนไลน์ของ บก.ปอท. ได้ตรวจสอบข้อมูลจนการกระทำความผิด สืบสวนจนรู้ที่อยู่ของหญิงท้องแก่คนนี้ จึงประสานติดต่อเชิญให้มาพบให้การยอมรับว่าเป็นคนโพสต์จริง เราจึงต้องดำเนินคดีตามกฎหมายเพราะความผิดสำเร็จแล้ว ส่วนการช่วยเหลือผู้ต้องหา ตนได้สอบถามกับเจ้าตัวซึ่งได้ปฎิเสธไม่ขอรับความช่วยเหลือจากหน่วยงานใดไม่ว่าจะเป็นกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) หรือมูลนิธิปวีณา แม้แต่เครือข่ายสิทธิสตรี เพราะเกรงว่าสิ่งที่ทำลงไปถ้าสามีทราบเรื่องจะทำให้เกิดความแตกแยก และเป็นเหตุให้สามีทอดทิ้งได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปอท.ที่รู้สึกเห็นใจแม่ท้องแก่รายนี้ จึงได้รวบรวมเงินจำนวนหนึ่งเพื่อมอบเป็นเงินช่วยเหลือค่าทำคลอดไปด้วย