‘รองโจ๊ก’ ชี้ยังไม่ดำเนินการกลุ่มแร็พ ‘ประเทศกูมี’ ย้ำคิดต่างได้ แต่ต้องให้ชาติมั่นคง

30.10.18 | 10:06 น.

เมื่อเวลา 08.30 น.วันที่​ 30​ ตุลาคม​ ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รักษาราชการแทนผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) กล่าวถึงการดำเนินการต่อกลุ่มนักร้องเพลงแร็พ “ประเทศกูมี” ว่ายังไม่ได้ดำเนินการอะไรในตอนนี้ เพราะเป็นการแสดงความเห็นของประชาชนที่มีความหลากหลาย ซึ่งการแสดงความคิดเห็นและให้ข้อมูลต่างๆ ประชาชนสามารถทำได้ สามารถคิดต่างได้ แต่ต้องคิดให้ประเทศชาติมีความมั่นคง ตามที่​ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ระบุอยากให้ประเทศไทยมีความสามัคคี

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์กล่าวอีกว่า สำหรับการดูแลเรื่องโซเชียลมีเดีย ขณะนี้มีการบังคับใช้กฎหมายตามพระราชบัญญัติ​ (พ.ร.บ.)​ ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์​ พ.ศ.2560 โดย ศปอส.ตร.จะดูเรื่องการบิดเบือนข้อเท็จจริง ทำให้สังคมและประชาชนสับสน ปัจจุบันเทคโนโลยีมีความก้าวหน้ามากขึ้น​ ถ้าไม่มีหน่วยงานลักษณะนี้ดูแล ประชาชนจะบริโภคข้อมูลผิดบ้าง ถูกบ้าง บางครั้งการส่งต่อข้อมูลอาจไม่ได้มีเจตนา ถ้าส่งต่อโดยไม่รู้​ ต้องเชิญมาพูดคุย แนะนำและตักเตือน แต่ถ้าตั้งใจ​ มีเจตนา​ ถือว่ามีความผิดชัดเจนอยู่แล้ว ดังนั้นต้องใช้กฎหมายควบคู่ไปกับการทำความเข้าใจ จึงต้องมีหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวมาช่วยทำให้ประชาชนได้บริโภคข้อมูลที่ไม่สับสน การปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี รวมถึงการใช้เทคโนโลยีมาโรแมนซ์ สแกน (Romance Scan) หลอกลวงประชาชน หรือคอลเซ็นเตอร์ เราจึงต้องบังคับใช้กฎหมายเพื่อขับเคลื่อนการปราบปรามสิ่งเหล่านี้

ผู้สื่อข่าวถามว่า เนื้อเพลงดังกล่าวมีผลกระทบหรือสร้างความเสียหายอย่างไร พล.ต.ต.สุรเชษฐ์กล่าวว่า ยังไม่ได้ดูรายละเอียด ส่วนจะแชร์ได้หรือไม่นั้น ตนเป็นเจ้าหน้าที่ต้องยึดหลักกฎหมาย แต่การแสดงความคิดเห็นสามารถทำได้ เพราะเป็นเรื่องสิทธิ แต่ตนไม่ได้เข้าไปดูรายละเอียดของเพลงดังกล่าว เนื่องจากยังมีอีกหลายงานที่ต้องทำ

เมื่อถามถึงกรณีผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ทำหนังสือเตือนตำรวจให้ระมัดระวังในการส่งต่อเพลงดังกล่าว พล.ต.ต.สุรเชษฐ์กล่าวว่า ยังไม่เห็นหนังสือนี้ ต้องถามจาก พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.ที่รับผิดชอบเรื่องนี้อยู่ ขอย้ำว่าการแสดงความคิดเห็นสามารถทำได้ แต่ต้องอยู่บนหลักของกฎหมาย การจะแชร์ต้องดูด้วยว่าผิดกฎหมายหรือไม่ อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ตำรวจไม่ได้ถอยหรือเดินหน้า เพราะการแสดงความคิดเห็นหรือติชมสามารถทำได้ แต่ขอให้ดูประเทศชาติด้วย เพราะวันนี้เราต้องการให้ประเทศมั่นคง