จากกรณีที่นายจิรัชพิสิษฐ์ จารวิจิต หรือบูม นักแสดงจากซีรีส์ความรักครั้งสุดท้าย ที่ถูกตำรวจกองปราบปรามออกหมายจับในข้อหาร่วมกันฟอกเงิน หลังผู้เสียหายชาวฟินแลนด์เข้าแจ้งความร้องทุกข์ว่าถูกนายบูมและครอบครัวหลอกลงทุนสกุลเงินดิจิทัล ทำให้เสียหายกว่า 800 ล้านบาท ซึ่งนอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามยังออกหมายจับนายปริญญา จารวิจิต และ น.ส.สุพิชย์ฌา จารวิจิต พี่ชายและพี่สาวของนายบูม ในข้อหาเดียวกันด้วย จนล่าสุดนายธนสิทธิ์ น.ส.สุพิชย์ฌา และนายจิรัชพิสิษฐ์ ได้เปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนครั้งแรก เมื่อวันที่ 29 ตุลาคมที่ผ่านมา
ล่าสุดเมื่อเวลา 10.30 น. นายธนสิทธิ์ จารวิจิต ได้เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.สัณห์เพชร หนูทอง รอง ผกก.(สอบสวน) กก.1 บก.ป. เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาร่วมกันฟอกเงิน หลังพบข้อมูลว่ามีเงินกว่า 100 ล้านบาท จากผู้เสียหายโอนเข้าบัญชีนายธนสิทธิ์ ก่อนจะถอนเงินจำนวนมากส่งต่อให้นายปริญญา
เบื้องต้นนายธนสิทธิ์ยืนยันว่ามีหลักฐานมายืนยันความบริสุทธิ์ และจะปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ซึ่งภายหลังเข้าพบพนักงานสอบสวนแล้วจะออกมาให้สัมภาษณ์แก่สื่อมวลชน
ต่อมาเวลา 12.30น.ภายหลังให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน ร่วม 2 ชั่วโมงนายธนสิทธิ์ กล่าวว่า เบื้องต้นมารับทราบข้อกล่าวหาตามที่เจ้าหน้าที่นัดหมายในคดีร่วมกันฟอกเงิน ส่วนรายละเอียดทางคดีจะเร่งทำหนังสือชี้แจงโดยเร็วที่สุด ไม่ได้หนักใจมากนัก และคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหา ยืนยันว่าไม่เคยพูดคุยในเรื่องของการลงทุนกับผู้เสียหาย ส่วนเรื่องเกี่ยวกับเส้นทางการเงินตนมีเอกสารหลักฐานมายืนยันกับทางเจ้าหน้าที่พร้อมทุกอย่าง และมั่นใจว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้แต่อย่างใด ๆ ไม่ว่าจะเป็นคดีฉ้อโกงและคดีฟอกเงิน
นายธนสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ยอมรับว่าเคยพบปะพูดคุยกับผู้เสียหายมากกว่า 2 ครั้ง โดยรู้จักกับผู้เสียหายเพราะมีบุคคลอื่นแนะนำให้รู้จัก และทราบดีว่าผู้เสียหายทำธุรกิจเกี่ยวกับบิทคอยน์ แต่ขอยืนยันว่าทุกครั้งที่พบเจอกัน ไม่ได้เป็นล่ามในการเจรจากับผู้เสียหายและทุกครั้งที่พูดคุยกับผู้เสียหายก็ไม่เคยมีการพูดคุยกันถึงเรื่องการลงทุนทางธุรกิจแต่อย่างใด หลังจากนี้คาดว่าจะมีการนัดคุยทำความเข้าใจกับผู้เสียหายอีกครั้ง เพราะคิดว่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นการเข้าใจผิดมากกว่า และที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีเงินของผู้เสียหายโอนเข้ามาในบัญชีตัวเองเลยแม้แต่ครั้งเดียว ส่วนที่เข้าออกบัญชีตัวเองนั้นมาจากบริษัทบิทคอยน์ประเทศไทยจำกัดซึ่งเป็นบริษัทที่ขึ้นตรงกับธนาคารแห่งประเทศไทยจำกัด และซื้อขายอย่างถูกกฎหมายและจะนำหลักฐานมาพิสูจน์กับทางเจ้าหน้าที่ต่อไป

