เมื่อเวลา 15.00น. วันที่ 30 ตุลาคม ที่กองบัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(บช.สตม.) พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) กล่าวถึงกรณีที่โลกออนไลน์มีการส่งต่อเพลง “ประเทศกูมี” ของกลุ่มศิลปินแร็พเปอร์ RAD (Rap Against Dictatorship) กันอย่างแพร่หลาย ว่าขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการสืบสวนโดยกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ซึ่งขณะนี้ยังไม่เป็นความผิด
เมื่อถามว่า สำหรับกรณีที่มีการแชร์หนังสือคำสั่งตักเตือนให้ข้าราชการตำรวจระมัดระวังในการแชร์หรือเพลงประเทศกูมี พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่าไม่ได้ห้ามกดไลค์หรือแชร์ แต่หากมีการต่อว่าหรือให้ร้ายกับจนเกิดความเสียหายกับตน ไม่ว่าจะเป็นใครก็แล้วแต่ จะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป อย่าให้รู้เห็น
พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวต่ออีกว่า ขณะนี้ได้มอบหมายให้ทีมงานฝ่ายกฎหมายแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ใช้หรือควบคุมดูแลเฟซบุ๊ก 4 บัญชีในข้อหาหมิ่นประมาทแล้ว ที่ สน.ปากคลองสาน ซึ่งทั้งหมดนำคลิปวีดิโอเก่าเมื่อตนได้เข้าตรวจสอบความเรียบร้อยของกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ที่สน.พญาไท เมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา โดยโพสต์บิดเบือนว่า ตนได้เรียกตัวแร็พเปอร์จากเพลงดังกล่าวมาสอบสวน
พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวอีกว่า ได้เห็นสื่อบางสำนักที่เสนอข่าวว่า ตำรวจถอยไม่เอาผิดแล้วนั้น ขณะนี้ยังไม่เริ่มเลยจะถอยได้อย่างไร บอกว่าขอให้ตรวจสอบไม่ได้หมายความว่าถอย งานด้านความมั่นคงไม่มีถอยอยู่แล้วเพียงแต่ต้องตรวจสอบให้ชัดเจน สำหรับขั้นตอนการสืบสวนนั้นไม่จำเป็นต้องเรียกตัวผู้ที่เกี่ยวข้องกับคลิปดังกล่าวมาสอบสวน หากการกระทำไม่เข้าข่ายมีความผิดก็ไม่สามารถดำเนินคดีได้
ขณะที่ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รรท.ผบช.สตม. ได้ฝากให้การใช้โซเชียลเป็นไปด้วยเจตนาที่ทำให้ประเทศชาติและส่วนรวมดีขึ้น เราคิดต่างได้แต่ต้องไม่แตกแยก ขอให้เน้นประเทศชาติเป็นหลัก แต่ต้องดูที่เจตนาว่าพาดพิงใครให้เสียหายหรือไม่ เช่น กรณีของ พล.ต.อ.ศรีวราห์ ก็ต้องดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ว่าสามารถแชร์ได้หรือไม่นั้น ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ แต่เราเปิดให้แสดงความเห็นกันได้
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวอีกว่า สำหรับกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์บุคคลซึ่งดำรงตำแหน่งข้าราชการนั้น ไม่ว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีอื่นๆ ถือเป็นบุคคลสาธารณะต้องพร้อมรับคำวิพากษ์วิจารณ์ได้ เช่นเดียวกับข้าราชการอื่นๆ ซึ่งประชาชนสามารถแสดงความเห็นได้ แต่ต้องเป็นข้อเท็จจริง ทุกส่วนคงยอมรับได้อยู่แล้ว หากเป็นกรณีที่บิดเบือนข่าวเรื่องน้ำมันราคาแพงทำให้ประชาชนสับสนนั้น ก็ต้องดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

