“เจ้าของโปรเจ็กต์ชุมชนธะธรรมชาติ” บอก รำคาญถูกจนท.ตรวจโฉนดภูขี้ไก่ถี่ ชี้ถ้าผิดให้เพิกถอนเลย

30.10.18 | 17:57 น.

วันที่ 30 ตุลาคม นายอนัตต์ณังธะโคตร ญาณ์ธนโชติ หรือ “อาจารย์ชา” เจ้าของโปรเจ็กต์ชุมชนธะธรรมชาติ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่คณะเจ้าหน้าที่นำโดย พ.อ.พิเศษ พงษ์เพชร หน.ชป.ศปป.4 กอ.รมน. เข้าตรวจสอบพื้นที่โครงการฯ บริเวณภูขี้ไก่ อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ เมื่อวันที่ 29 ตุลาคมที่ผ่านมาว่า ได้แจ้งกับคณะเจ้าหน้าที่ไปว่าหากมีการตรวจสอบแล้วอาจารย์ต้องการขอหนังสือหรือใบตรวจสอบด้วย เพราะขี้เกียจรำคาญแล้วมาไม่รู้กี่พวกและตรวจสอบกันไปไม่รู้กี่คณะแล้ว แต่อาจารย์ถามว่าที่นี่ปลูกป่าได้ไหม ทางหัวหน้าคณะที่นำมาก็ชี้แจงว่าหากมีโฉนดก็ปลูกได้ อาจารย์ก็บอกว่าพื้นที่ตรงนี้ที่มาทำเพราะเป็นพื้นที่แห้งแล้งไม่ใช่ที่ป่าอย่างที่คิด

อาจารย์ชากล่าวว่า ตอนอาจารย์มาไม่มีป่ามีแต่หญ้า ก็เลยพยายามมาแปรสภาพจากพื้นที่ที่แห้งแล้งให้ปลูกผักได้ ทำจนเริ่มสำเร็จที่ผ่านมาปลูกผักได้กินไป 2 รอบแล้ว เพราะฉะนั้นจึงส่งเสริมให้ทุกคนมาอยู่ที่นี่ จะได้ปลูกผักเพราะจะทำโครงการผักปลอดสารพิษ ซึ่งเมื่อวันที่ 28 ต.ค.ที่ผ่านมาก็มีการเซ็น MOU กับผู้ใหญ่ต่างๆหมดแล้ว อยู่ๆก็ไปปล่อยข่าวอะไรไม่รู้ว่าเป็นนายทุนมาทำลายป่าต้นน้ำป่าสัก ซึ่งก็เหลือเกินและได้แจ้งไปทางผู้ใหญ่ว่า ทำไมเขามาทำแบบนี้ซึ่งทางผู้ใหญ่ก็กำลังประชุมอยู่ที่ กทม.ว่าตกลงกันอย่างไร

“เรื่องพวกนี้หากมันผิดคุณก็ยกเลิกไปเลย แต่หากยังไม่ยกเลิกก็อย่ามาสร้างกระแส เพราะเราเสียหายเหมือนอาจารย์เป็นผู้บุกรุกป่าทำลายป่า ทั้งๆที่เราจะทำให้ผืนดินที่ไม่สมบูรณ์ให้กลับมาสมบูรณ์ อาจารย์ก็เลยงงๆแต่ก็ปล่อยให้เขาดำเนินการไปก่อน แต่ก็ปรึกษาทางทางผู้ใหญ่จะต้องทำอย่างไร และการที่เป็นข่าวไปแบบนี้ต้องทำอย่างไรบ้าง ซึ่งได้ชี้แจงไปแล้วว่าทุกอย่างที่ทำก็เพื่อต้องการทำการเกษตรให้ได้และทำโครงการผักปลอดสารพิษ”อาจารย์ชากล่าว

อาจารย์ชากล่าวว่า ตอนนี้กำลังปรึกษาทนายอยู่เพราะเริ่มทำให้อาจารย์เสียหาย ส่วนการจะมีการเพิกถอนกันอย่างไรหรือไม่นั้น ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของทางบ้านเมืองไป หากมีคำสั่งมาก็ต้องยอมรับอยู่แล้ว

Advertisement

นายอรรถพล เจริญชันษา รองอธิบกรมป่าไม้ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม มีการประชุมหารือแนวทางแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินบริเวณภูขี้ไก่ โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือ กรมป่าไม้ ชุดปฏิบัติ ศปป.4 กอ.รมน. อ.หล่มเก่า กอ.รมน.จ.เพชรบูรณ์ บก.ปทส. สำนักงานที่ดิน จ.เพชรบูรณ์ องค์การบริหารส่วนตำบลหล่มเก่า ผู้นำในพื้นที่ เป็นต้น ร่วมประชุม โดยมีข้อสรุปว่า พื้นที่ตามที่ปรากฏเป็นข่าวมีทั้งสิ้น 57 แปลง อยู่ในเขตพื้นที่อ.หล่มเก่า จำนวน 46 แปลง อ.หล่มสักจำนวน 11 แปลง รวมพื้นที่ประมาณ 2,195 ไร่ 2 งาน 11 ตรว.มีเอกสารสิทธิ์เป็นโฉนดมีผู้ครอบครองหลายราย กรมที่ดินระบุว่าที่ดินแปลงที่ปรากฏตามสื่อไม่อยู่ในเขตภูเขาที่อยู่ระหว่างการขอพิจารณาเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ (กรณีพื้นที่มีความลาดชัน 35%) มอบหมายให้สำนักงานที่ดิน จ.เพชรบูรณ์ตรวจสอบการขอออกเอกสารสิทธิ์ที่ดินแปลงดังกล่าวว่าเป็นไปตามระเบียบกฎหมายและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องหรือไม่ โดยขอให้รายงานให้ ศปป.4กอ.รมน.และอำเภอหล่มเก่าทราบโดยเร็ว พร้อมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบการขออนุญาตตัดไม้ในพื้นที่ดังกล่าวว่าปฏิบัติตามระเบียบกฎหมายหรือไม่ หากพบไม่ปฏิบัติตามระเบียบกฎหมายให้ดำเนินคดีต่อไป

นายอรรถพล กล่าวว่า จากการประสานกับกรมที่ดินได้รับยืนยันจะเร่งดำเนินการตรวจสอบที่ดินทุกแปลงและเร่งเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ตามมาตรา 61 ประมวลกฎหมายที่ดินต่อไป โดยเฉพาะโฉนดเลขที่ 27319 ซึ่งเป็นแปลงที่จะมีการก่อสร้างสวนน้ำนั้นมีออกเอกสารสิทธิถูกต้องตามขั้นตอนของกฎหมายหรือไม่ ซึ่งจากการตรวจสอบร่วมกับดีเอสไอพบว่าที่ดินทั้ง 57 แปลงเป็นการออกโฉนดที่ดินตามโครงการเดินสำรวจเพื่อออกโฉนดที่ดินและสอบเขตทั้งตำบล ตามมาตรา 58 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ตามนโยบายแปลงสินทรัพย์เป็นทุนของรัฐบาลในขณะนั้น ทั้งนี้ที่ดินทุกแปลงออกโดยมิได้แจ้งการครอบครอง จากผลการตรวจสอบสภาพพื้นที่และวิเคราะห์ภาพถ่ายทางอากาศ และกรมพัฒนาที่ดินปรากฏว่าที่ดินทั้งหมด ตั้งอยู่บริเวณพื้นที่เขา ภูเขา และไม่พบการทำประโยชน์ก่อนปี 2497 อย่างไรก็ตามการที่เอกชนเข้าไปปรับพื้นที่ได้นั้น เพราะเขาอ้างว่ามีเอกสารสิทธิ์ ซึ่งหากยังไม่มีการเพิกถอนเอกชนก็ยังสามารถเข้าไปดำเนินการได้