เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เสนอต่อที่ประชุมสภากรุงเทพมหานคร ที่มี ร.ต.ต.เกรียงศักดิ์ โลหะชาละ เป็นประธาน ขอความเห็นชอบการมอบให้เอกชนกระทำกิจการเกี่ยวกับที่จอดยานยนต์ของ กทม. เนื่องจากอาคารที่จอดยานยนต์ จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ บริเวณตลาดยอดบางลำพู เขตพระนคร และบริเวณตลาดสวนมะลิ ถนนเฉลิมเขตร์ 2 เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย มีสภาพทรุดโทรม หากมีการปรับปรุงจะต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก แต่หากให้เอกชนปรับปรุงและให้สิทธิบริหารพื้นที่โดยจ่ายค่าเช่าให้ กทม.จะเป็นประโยชน์มากกว่า พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวจำเป็นต้องได้รับความเห็นชอบจากสภา กทม. และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ตามมาตรา 96 พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2528 ทั้งนี้ ที่จอด กทม.บริเวณตลาดยอดบางลำพู เป็นอาคารสูง 6 ชั้น มีชั้นใต้ดิน 2 ชั้น หลังคาเป็นดาดฟ้า รวม 8 ชั้น ปัจจุบันสามารถให้บริการจอดยานยนต์ได้ 550 คัน รถจักรยานยนต์ 99 คัน ในปี 2561 สามารถจัดเก็บค่าธรรมเนียมจอดยานยนต์ 28,288,945 บาท จากการตรวจสอบสภาพอาคารเบื้องต้น โครงสร้างหลักเสาคานพื้นของอาคารไม่พบความเสียหาย แต่พบคอนกรีตหลุดล่อนในส่วนของโครงสร้างผนังกั้นตกบางส่วน ที่บริเวณชั้น 2 และชั้น 3 เนื่องจากท่อระบายน้ำฝนอุดตันจนเกิดความชื้นสะสม
พล.ต.อ.อัศวินกล่าวว่า ส่วนบริเวณตลาดสวนมะลิ ถนนเฉลิมเขตร์ 2 เป็นอาคาร 8 ชั้น ปัจจุบันสามารถให้บริการจอดยานยนต์ได้เพียง 426 คัน ซึ่งในปี 2561 สามารถจัดเก็บค่าธรรมเนียมจอดยานยนต์ 9,621,490 บาท จากการตรวจสอบสภาพอาคารเบื้องต้น พบคอนกรีตหลุดล่อนบริเวณโคนเสาด้านล่างจนเห็นเหล็ก สภาพโครงสร้างในส่วนหลังคาดาดฟ้าเสียหาย คอนกรีตร่อนบริเวณท้องพื้นและคาน เนื่องจากมีความชื้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรดาสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ต่างเห็นด้วยที่จะให้เอกชนเข้าบริหารจัดการพื้นที่อาคารจอดรถทั้ง 2 แห่ง แต่จะต้องวางหลักเกณฑ์ให้รอบคอบ ทั้งกรณีการจัดสรรช่องจอดรถรายเดือนและชั่วคราว และกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมที่เหมาะสม โดยให้คำนึงถึงรายได้ที่จะเพิ่มขึ้นด้วย เป็นต้น ทั้งนี้ ที่ประชุมสภา กทม.จึงมีมติให้ตั้งคณะกรรมการวิสามัญ 1 ชุด พิจารณาแล้วเสร็จภายใน 60 วัน ก่อนให้ความเห็นชอบต่อไป

