อัยการฟ้อง 3 พี่น้อง “จารวิจิต” ฟอกเงิน ตุ๋นบิตคอยน์ 797 ล้าน รอเบิกตัวปริญญาจากคุกสอบ 7พ.ย.

1.11.18 | 17:44 น.

เมื่อช่วงบ่าย วันที่ 1 พฤศจิกายน ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 2 ได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายปริญญา จารวิจิต อายุ 37 ปี ซึ่ง ตัวอยู่ในเรือนจำระหว่างฝากขัง นายจิรัชพิสิษฐ์ จารวิจิต หรือบูม นักแสดงซีรี่ย์วัยรุ่นชื่อดัง อายุ 27 ปี น.ส.สุพิชฌาย์ จารวิจิต อายุ 32 ปี ทั้งสามคนเป็นชาว จ.ชลบุรี ประกอบอาชีพธุรกิจส่วนตัวและเป็นพี่น้องกัน เป็นจำเลยที่ 1-3 ในความผิดฐานสมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้กระทำผิดฐานฟอกเงิน,ร่วมกันฟอกเงินตามพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 3,5,9,60 คำฟ้องบรรยายพฤติการณ์สรุปว่า ระหว่างต้นเดือน มิ.ย.- 30 ธ.ค.2560 จำเลยทั้งสามกับพวกอีก 6 คนร่วมกันวางแผนและสมคบกันด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จหลอกลวงชักชวนให้นายเออาร์นี่ย์ โอตาวา ชาริมา ชาวฟินแลนด์ผู้เสียหายให้ร่วมลงทุนทำธุรกิจซื้อหุ้นของบริษัทเอ็กซ์เปย์ ซอร์ฟแวร์ จำกัด ร่วมลงทุนประกอบธุรกิจสร้างเงินดิจิตอล สกุล ดราก้อน คอยน์ กับ บริษัทเอ็นเอ็กซ์ เชน อินคอร์ปอเรเต็ด และซื้อหุ้น บริษัท ดีเอ็นเอ (2002) จำกัด (มหาชน) จำนวน 500 ล้านหุ้น ซึ่งผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินดิจิตอลสกุล บิตคอยน์ จำนวนหลายครั้งเข้าไปในกระเป๋าอิเล็กทรอนิกส์ของจำเลยทั้งสามกับพวกที่เปิดรองรับไว้แล้วพวกจำเลยได้เงิน บิตคอยน์ดังกล่าวไปขายในระบบซื้อขายอินเตอร์เน็ต คิดเป็นเงินจำนวน 797,408,454.33 บาท และนำเงินที่ขายได้เข้าบัญชีธนาคารของจำเลยทั้งสามกับพวก ทั้งที่ความจริงแล้วไม่มีการลงทุนทำธุรกิจจริง

ขณะที่จำนวนหุ้นของบริษัทดีเอ็นเอ,ที่ผู้เสียหายได้ซื้อไปก็ไม่ได้ครบตามจำนวนที่ตกลงซื้อ ซึ่งภายหลังจำเลยทั้งสามกับพวกก็ได้ร่วมกันนำทรัพย์สินดังกล่าวที่ได้จากการกระทำผิดหลายครั้งนั้นไปเปลี่ยนสภาพเพื่อปกปิดแหล่งที่มา โดยเมื่อวันที่ 11 ต.ค.2560 จำเลยทั้งสามได้นำเงิน 20 ล้านบาท โดยนายปริญญา จำเลยที่ 1เป็นผู้ซื้อและทำนิติกรรมซื้อที่ดิน 2 แปลง เนื้อที่ 2 งาน 7 ตารางวา แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม.,วันที่ 12 ต.ค.2560 นายปริญญา จำเลยที่ 1ได้นำเงิน 59 ล้านบาทไปซื้อที่ดิน 2 แปลง เนื้อที่ 3 งาน 143.5 ตารางวา แขวง-เขต ดินแดง กทม.,วันที่ 19 ต.ค.2560 นายปริญญา จำเลยที่ 1ได้นำเงิน 27,140,000 บาท ไปซื้อที่ดิน 2 แปลง เนื้อที่ 3 งาน 118.9 ตารางวา ในจ.นนทบุรี, วันที่ 29 พ.ย.2560 นายปริญญา จำเลยที่ 1ได้นำเงิน 18,450,000 บาทไปซื้อที่ดิน 1 แปลง เนื้อที่ 1 งาน 23 ตารางวา แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม.

โดยเมื่อวันที่ 6 ต.ค.2560 นายจิรัชพิสิษฐ์ หรือบูม จำเลยที่ 2 นำเงิน 43,130,000 บาทไปซื้อที่ดิน 1 แปลง เนื้อที่ 3 งาน 80 ตารางวา แขวงจันทร์เกษม เขตจตุจักร กทม.,วันที่ 6 ธ.ค.2560 น.ส. สุพิชฌาย์ จำเลยที่ 3 นำเงิน 8.5 ล้านบาทไปจดทะเบียนขายฝากที่ดิน 6 แปลง เนื้อที่ 94.5 ตารางวา แขวงจันทร์เกษม,แขวงลาดยาว,แขวงจอมพล เขตจตุจักร กทม. เหตุเกิดที่ แขวงจันทร์เกษม,แขวงลาดยาว,แขวงจอมพล เขตจตุจักร,แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา ,แขวง-เขตดินแดง แขวง-เขตห้วยขวาง แขวงถนนเพชรบุรี เขตราชเทวี,แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม.,ต.บางกร่าง และ ต.สวนใหญ่ อ.เมือง จ.นนทบุรี,ต.บางพระ และต.ศรีราชา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี โดยเมื่อวันที่ 9 ส.ค.2561 เจ้าพนักงานจับกุมสามารถจับกุม นายจิรัชพิสิษฐ์ หรือบูม จำเลยที่ 2 ได้ ส่วน น.ส. สุพิชฌาย์ จำเลยที่ 3 จับกุมได้เมื่อวันที่ 15 ส.ค.2561 และจับกุม นายปริญญา จำเลยที่ 1 ได้เมื่อวันที่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา

โดยในชั้นสอบสวนทั้งสามให้การปฏิเสธ ซึ่งท้ายคำฟ้องอัยการก็ได้ระบุว่าหากจำเลยทั้งสามขอปล่อยชั่วคราวระหว่างการพิจารณาคดีก็ให้เป็นดุลยพินิจศาลในการสั่งประกันตัวไป

ศาลได้ประทับรับฟ้องคดีดังกล่าวไว้เป็นคดีหมายเลขดำ ฟย.50/2561 และนัดสอบคำให้การจำเลยทั้งสาม ในวันที่ 7 พ.ย. เวลา 09.00 น.

Advertisement

โดยในส่วนของนายปริญญา จำเลยที่ 1 ซึ่งปัจจุบันถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ในชั้นฝากขังตั้งแต่วันที่ 12 ต.ค.ที่ผ่านมา ศาลก็จะเบิกตัวจำเลยมาสอบคำให้การตามวันเวลาดังกล่าวต่อไป

ส่วนนายจิรัชพิสิษฐ์ หรือบูม จำเลยที่ 2 เป็นน้องชาย กับ น.ส. สุพิชฌาย์ จำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นน้องสาว นั้นทั้งสองได้รับการประกันตัวตั้งแต่ชั้นฝากขัง เมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านนา คนละ 2 ล้านบาท ซึ่งศาลก็กำหนดเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล