งานประชุม London Conference Illegal Wildlife Trade หรือการประชุมเพื่อช่วยกันแก้ปัญหาการค้าสัตว์ป่า ที่เป็นปัญหาอยู่ทั่วโลก ซึ่งรัฐบาลประเทศอังกฤษจัดติดต่อกันมาแล้วปีนี้เป็นปีที่ 4 มีประเทศต่างๆ ทั่วโลกกว่า 80 ประเทศ เป็นแนวร่วม ร่วมทั้งประเทศไทยด้วย


การประชุมครั้งที่ 4 ที่กรุงลอนดอน มี เจ้าชายวิลเลียม ดยุกแห่งเคมบริดจ์ เสด็จพระราชดำเนินเป็นประธาน มีผู้นำประเทศ ประธานาธิบดี นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีที่ดูแลงานด้านสิ่งแวดล้อม รวมทั้งดารา นักร้อง นักอนุรักษ์ชื่อดังจากทั่วโลกเข้าร่วม ส่วนประเทศไทยนั้น มี พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เป็นหัวหน้าคณะ พร้อมด้วย นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ และ น.ส.กาญจนา นิตยะ ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า ร่วมประชุม
ในวันเปิดงาน ผู้จัดได้นำเสนอผลการทำงานด้านการดูแลอนุรักษ์พื้นที่ป่า และการดูแลสัตว์ป่า รวมไปถึงสถานการณ์การล่าและค้าสัตว์ป่าที่เกิดขึ้นทั่วโลก ทั้งนี้ ทางสถานทูตอังกฤษได้ส่งเจ้าหน้าที่มาเก็บข้อมูล ถ่ายทำสารคดี ระบบลาดตระเวนเชิงคุณภาพ หรือสมาร์ท พาโทรล (SMART PATROL SYSTEM) ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ตาพระยา จ.สระแก้ว เพื่อถ่ายทอดวิธีการทำงานของกรมอุทยานแห่งชาติในภาพรวมให้ทุกคนที่เข้าร่วมประชุมรับชม

ทั้งนี้ มีอุทยานแห่งชาติเพียง 3 แห่งทั่วโลกเท่านั้น ที่ทางรัฐบาลอังกฤษให้ความสนใจเข้ามาถ่ายทำสารคดีเพื่อนำเสนอในที่ประชุม นั่นคือ อุทยานแห่งชาติในประเทศโมซัมบิก และประเทศไทย
ในที่ประชุมมีการยกย่องว่าประเทศไทยเป็นผู้นำในกลุ่มประเทศเอเชียที่มีความจริงจังและเป็นแบบอย่างในเรื่องระบบการลาดตระเวนเชิงคุณภาพ และสามารถแก้ปัญหาการค้าสัตว์ป่าได้อย่างมีคุณภาพ ซึ่งได้รับเสียงปรบมือจากเจ้าชายวิลเลียม และผู้เข้าร่วมประชุมอย่างกึกก้อง
พล.อ.สุรศักดิ์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2556 อนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ หรือไซเตส จัดให้ประเทศไทยอยู่ในสถานะประเทศที่น่ากังวลอย่างมาก เกี่ยวกับการค้างาช้างผิดกฎหมาย ในฐานะประเทศปลายทางของงาช้างผิดกฎหมาย และมีมติให้ประเทศไทยต้องเข้าสู่การพัฒนาและดำเนินการตามแผนปฏิบัติการงาช้างแห่งชาติ (National Ivory Action Plan (NIAP) Process) รัฐบาลไทยได้ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาในเรื่องดังกล่าว

โดยคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบแผนปฏิบัติการงาช้างแห่งประเทศไทย อย่างต่อเนื่องนับจากปี 2557 จนถึงปัจจุบัน เพื่อแสดงถึงความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการแก้ไขปัญหาการค้างาช้างที่ผิดกฎหมายอย่างจริงจังและต่อเนื่อง อันเป็นการปฏิบัติให้เป็นไปตามพันธกรณีแห่งอนุสัญญาไซเตส และในการประชุมสมัยสามัญภาคีอนุสัญญาไซเตส ครั้งที่ 17 (CITES CoP17) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24 กันยายน-4 ตุลาคม 2559 ณ เมืองโจฮันเนสเบิร์ก สาธารณรัฐแอฟริกาใต้ ประเทศไทยได้รับการปรับสถานะที่เกี่ยวข้องกับการค้างาช้างช้างผิดกฎหมาย ให้อยู่ในสถานะที่ดีขึ้น คือจากประเทศที่น่ากังวลอย่างมาก (Primary Concern) ลงมาเป็นประเทศที่น่ากังวลลำดับรอง (Secondary Concern)
จนท้ายที่สุดในการประชุมคณะกรรมการบริหารอนุสัญญาไซเตสครั้งที่ 70 ครั้งนี้ ไทยหลุดออกจาก NIAP Process ไม่ต้องพัฒนาแผนปฏิบัติการงาช้างแห่งชาติอีกต่อไป แต่ประเทศไทยก็ยังต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง มิให้เกิดปัญหาเรื่องการค้างาช้างผิดกฎหมาย เพื่อป้องกันมิให้ไทยต้องกลับเข้ามาในกระบวนการ NIAP Process อีกในอนาคต

นายธัญญา กล่าวว่า ก่อนเข้าประชุมในคณะก็ไม่ทราบมาก่อนว่าจะมีคลิปวิดีโอของอุทยานแห่งชาติ ตาพระยามาแสดงต่อหน้าพระพักตร์เจ้าชายวิลเลียม และผู้เข้าร่วมประชุมทุกคน ทราบภายหลังว่าทางสถานทูตอังกฤษได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปถ่ายทำในพื้นที่อุทยานแห่งชาติตาพระยา และยกย่องว่า ในภาพรวมแล้วประเทศไทยมีความจริงจังในการแก้ปัญหาการรุกรานป่า และการค้าสัตว์ป่า มีระบบการลาดตระเวนที่มีคุณภาพ เอาเทคโนโลยีมาปรับปรุงใช้สำหรับการดูแลป่า มีระบบนิติวิทยาศาสตร์ พิสูจน์หาผู้กระทำผิด ดูแลเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าให้มีกำลังใจในการทำงาน มีตัวชี้วัดคือ ปริมาณเสือในป่าเพิ่มขึ้น
ระบบสมาร์ท พาโทรล ที่เรานำมาใช้ ถือเป็นความก้าวหน้า ที่ทำให้ประเทศไทยได้รับการยอมรับว่าเราเป็นแนวหน้าสำหรับการทำงานการด้านป้องกันรักษาป่า นายธัญญา กล่าว

ระบบลาดตระเวนเชิงคุณภาพ คือ การลาดตระเวนเพื่อการจัดการพื้นที่อนุรักษ์อย่างมีประสิทธิภาพ มีการดูแลป้องกัน วางแผนการจัดการและตรวจวัดผลการจัดการได้อย่างเป็นรูปธรรม ปัจจุบันมีการใช้ระบบฐานข้อมูลลาดตระเวนเชิงคุณภาพ ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ช่วยในการจัดเก็บข้อมูลการลาดตระเวน และประมวลผลออกมาในรูปของข้อมูลเชิงตัวเลข เช่น จำนวนวัน จำนวนครั้ง และระยะทางในการเดินลาดตระเวน รวมถึงข้อมูลแผนที่ แสดงเส้นทางและความเข้มข้นในการเดินลาดตระเวน ข้อมูลสัตว์ป่า ปัจจัยนิเวศ และปัจจัยคุกคามที่เกิดขึ้นในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
มีการอบรมความพร้อมของเจ้าหน้าที่ทุกพื้นที่ เพื่อให้ใช้เครื่องมือที่เป็นตัวช่วยของการลาดตระเวน เช่น การอ่านค่าเครื่องมือจีพีเอส การใช้เครื่องมือสื่อสารทุกรูปแบบ เพื่อแจ้งเหตุ บันทึกข้อมูลให้เกิดความรวดเร็ว แม่นยำ ประเมินสถานการณ์หากมีเหตุฉุกเฉิน เพื่อให้แก้ไขปัญหาได้ทันที

ประเทศไทยมีความพยายามในการปฏิรูประบบลาดตระเวนพื้นที่ป่าอนุรักษ์ตามมาตรฐานระบบลาดตระเวนเชิงคุณภาพ ประกอบกับข้อสั่งการของอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ ให้อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตห้ามล่าสัตว์ป่า มีการเดินลาดตระเวนอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง พร้อมรายงานผลการปฏิบัติงานให้กรมอุทยานแห่งชาติฯทราบตามลำดับชั้นเป็นประจำ ภายในวันที่ 5 ของเดือนถัดไปทุกเดือน
เวลานี้มีพื้นที่อนุรักษ์ทั่วโลกมากกว่า 130 แห่ง ที่มีการใช้ระบบฐานข้อมูลระบบนี้
มีพื้นที่อนุรักษ์นำร่องเพื่อดำเนินงานตามแผนงาน การใช้ระบบลาดตระเวนเชิงคุณภาพ ในระยะที่ 1 เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า 19 แห่ง และอุทยานแห่งชาติ 30 แห่ง และระยะที่ 2 เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า 18 แห่ง และอุทยานแห่งชาติ 53 แห่ง รวมทั้งสิ้น 120 แห่ง ครอบคลุมทั้ง 19 กลุ่มป่าทั่วประเทศ
ซึ่งประเทศไทยได้รับการยกย่องเป็นต้นแบบของโลกที่ใช้ระบบ สมาร์ทพาโทรล เพื่อป้องกันรักษาป่ามรดกของโลกใบนี้…

