เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากชาวนาในหลายพื้นที่ของจังหวัดนครราชสีมาเริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิต หลังจากประสบกับปัญหาภัยแล้งมาอย่างยาวนาน ซึ่งราคาในการขายข้าวเปลือกในปีนี้นั้น พุ่งขึ้นสูงถึงกิโลกรัมละ 17,000 บาท ทำให้ชาวนาหลายรายรีบเก็บเกี่ยวผลผลิต และนำข้าวไปตากไล่ความชื้นตามที่โรงสีต้องการ ซึ่งการตากข้าวต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2 – 3 วัน ทำให้มีเกิดการลักขโมยข้าวเปลือกในช่วงเวลากลางคืนนำไปจำหน่าย จนชาวบ้านต้องทำการจัดเวรยามดูแลอย่างสม่ำเสมอ
นายทินกร กองศิลา ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง อำเภอเมืองยาง จังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า ช่วงนี้เกษตรกรผู้ทำนาปลูกข้าวในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ที่อยู่ระหว่างเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าว เมื่อเกี่ยวข้าวเสร็จก็จะนำเมล็ดข้าวเปลือกไปตากริมถนนในหมู่บ้านตำบลเพื่อไล่ความชื้น ซึ่งจะต้องมีคนเฝ้าดูแลตลอดเวลาเพื่อป้องกันการลักขโมยข้าวเปลือก และการตากข้าวริมถนนนั้น ควรต้องมีสัญญาณเตือนให้เด่นชัดเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ ทั้งนี้ขอให้ชาวบ้านควรระวังกลุ่มคนที่ฉวยโอกาสใช้รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะ ออกตระเวนไปตามหมู่บ้าน ที่มีการตากข้าวเปลือกริมถนน และรีบกวาดเมล็ดข้าวเปลือกใส่กระสอบปุ๋ยไปขายร้านรับซื้อข้าวหรือโรงสีต่างๆ
ทั้งนี้ ทางตำรวจและปกครองอำเภอเมืองยาง ไม่ได้นิ่งนอนใจถึงกรณีดังกล่าว ได้สั่งการให้ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จัดชุดเฉพาะกิจติดตามบุคคลแปลกหน้าซึ่งเข้ามาในพื้นที่อย่างใกล้ชัด และให้สายตรวจรถยนต์และรถจักรยานยนต์ เพิ่มความถี่ในการตรวจพื้นที่ให้มากขึ้น เพื่อป้องกันเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นได้
ขณะเดียวกัน ก็ได้ขอความร่วมมือไปยังโรงสีข้าวในพื้นที่อำเภอเมืองยาง ให้สังเกตรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ ที่บรรทุกข้าวมาขายในช่วงนี้ หากพบสิ่งผิดปกติให้แจ้งตำรวจใกล้เคียงตรวจสอบทันที เพราะอาจขโมยข้าวมาขายก็ได้ และฝากไปถึงประชาชนช่วยเป็นหูเป็นตาให้เจ้าหน้าที่บ้านเมือง หากพบกลุ่มคนแปลกหน้าเข้ามาในพื้นที่มีพฤติกรรมไม่ชอบมาพากลให้แจ้งไปที่ โทร.191 ตลอด 24 ชั่วโมง

