ลานเทใช้มาตรการเข้มคัดออกไม่จ่ายเงิน หลังเจอตัดปาล์มดิบสวมขาย โรงสกัดขยับคุณภาพน้ำมันได้ 18.75 เปอร์เซ็นต์ ดันราคาจาก ก.ก.ละ 2.80 บาทเพิ่มเป็น 3.43 บาท
เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาคมการค้าลานเทปาล์มน้ำมัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ออกประกาศให้เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน นำผลปาล์มที่จะนำมาขายให้ลานเทต้องเป็นปาล์มสุกทุกทะลาย และผลปาล์มที่ลานเทรับซื้อแล้วนำไปส่งขายให้โรงงานสกัดน้ำมันปาล์มต้องมีคุณภาพน้ำมันไม่ต่ำกว่า 18 เปอร์เซ็นต์ ตามมติของจังหวัดสุราษฎร์ธานีและกองทัพภาคที่ 4 โดยมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 พ.ย.61 เนื่องจากที่ผ่านมาพบมีการตัดผลปาล์มดิบ(ผลอ่อน)สวมปะปนมาส่งขายทำให้คุณภาพน้ำมันต่ำและราคาลดลง

นายสุมาตร อินทร์มณี ที่ปรึกษาสมาคมชาวสวนปาล์มน้ำมันจังหวัดสุราษฎร์ธานี และเจ้าของลานเท ต.คลองน้อย อ.เมืองสุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า ตามมติดังกล่าวเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.ที่ผ่านมา ตามมาตรการ สุราษฎร์ธานีโมเดล เป็นจังหวัดนำร่องให้ทุกโรงงานต้องผลิตน้ำมันปาล์มคุณภาพไม่ต่ำกว่า 18 เปอร์เซ็นต์ โดยเลิกรับซื้อผลปาล์มดิบและคุณภาพน้ำมันไม่ต่ำกว่า 18 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งตนได้แจ้งไปยังเกษตรกรและลูกค้าทุกรายให้ปฏิบัติตามโดยจะรับซื้อผลปาล์มสุกทั้งทะลายและมีคุณภาพน้ำมันไม่ต่ำกว่า 18 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ส่วนที่คุณภาพไม่ถึงจะคัดแยกออกไม่คิดราคาให้กับลูกค้า เนื่องจากหากนำไปขายให้โรงงานจะไม่รับซื้อและจะยึดไว้ให้คณะกรรมการตรวจสอบคุณภาพน้ำมันปาล์ม เข้าตรวจสอบเพื่อนำไปทำลายทิ้งทันที
“ประกาศดังกล่าวถือว่าเป็นเรื่องดี สำหรับชาวสวนก็จะขายผลปาล์มได้ราคาที่เพิ่มขึ้น ซึ่งรอบตัดผลปาล์มเดิมอยู่ที่รอบละ 15 วัน ทำให้มีผลกึ่งสุกกึ่งดิบจะใช้ไม่ได้ แต่ต่อไปรอบตัดจะอยู่ที่รอบละ 20 วัน ผลจะสุกทั้งทะลาย โดยผลปาล์มสุกทั้งทะลาย ต้องสังเกตุ 3 อย่าง คือ 1) สีของผลจะเปลี่ยนเป็นสีเดียวกันทั้งทะลาย 2)ทะลายจะมีผลปาล์มร่วง และ3)เมื่อบีบผลจะต้องมีส่วนน้ำมัน ซึ่งมาตรการดังกล่าวจะได้ปาล์มน้ำมันที่มีคุณภาพสูงเพื่อนำไปผลิตน้ำมันปาล์มที่มีคุณภาพ ” นายสุมาตร กล่าว

รายงานข่าวแจ้งว่า ได้มีการส่งเจ้าหน้าที่เกษตรตำบล เกษตรอำเภอร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหาร มทบ.45 เข้าสุ่มตรวจตามหน้าลานเทรับซื้อและโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม พร้อมควบคุมยึดผลปาล์มดิบไว้ห้ามนำไปเวียนขายตามที่ต่างๆ เนื่องจากพบมีชาวสวนนำผลปาล์มดิบและคุณน้ำมันต่ำที่ลานเทและโรงงานไม่รับซื้อวิ่งไปส่งขายตามจังหวัดข้างเคียง เช่น ชุมพรและกระบี่ ซึ่งจะทำให้มาตรการแก้ปัญหาราคาตกต่ำล้มเหลว ล่าสุดเมื่อวันที่ 2 พ.ย.61 โรงงานสกัดบริษัทยูนิปาล์ม จำกัด ได้ทำคุณภาพปาล์มน้ำมันได้ 18.75 เปอร์เซ็นต์ ส่งผลให้ราคาปาล์มเพิ่มเฉลี่ยกิโลกรัมละ 3.43 บาท


