หนี20ปีเกือบรอด! ชีวิตยิ่งกว่าละคร จากเด็กที่พ่อโดนฆ่าตาย ตั้งใจเรียนสอบเป็นตำรวจตามจับคนร้ายจนสำเร็จ

5.11.18 | 18:52 น.

เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน ที่กองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง ผกก.5 บก.ป. พ.ต.ท.อภิสัณฐ์ ไชยรัตน์ รอง ผกก.5 บก.ป. พ.ต.ท.วันพิชิต วัฒนศักดิ์มณฑา รอง ผกก.5 บก.ป. พ.ต.ท.สิทธิเกียรติ ศรีจันทร์ สว.กก.5 บก.ป.ร่วมกับ ส.ต.ต.อัษฎาวุฒิ มากประดิษฐ์ ผบ.หมู่.กก.ปพ.บก.สส.ภ.8 นำกำลังจับกุม นายบุญฤทธิ์ ครุฑละออง อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 21 ม.2 ต.สลุย อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ตามหมายจับศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ 786/2551 ลงวันที่ 22 กันยายน 2551 ข้อหา “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ,ร่วมกันปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธติดตัว ใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิด” ได้บริเวณริมถนนในหมู่บ้าน หมู่ 2 ต.สองพี่น้อง อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 5-6 ธันวาคม 2541 ขณะที่ นายประสิทธิ์ แซ่อื้อ และ นายชาณี ทองหญีต ได้ขับรถสิบล้อ ทะเบียน 80-4143 ชุมพร ไปรับจ้างบรรทุกไม้ยางบริษัทเมโทร หมู่ 6 ต.ท่าข้าม อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี แต่ระหว่างจอดรออยู่หน้าบริษัท พบนายบุญฤทธิ์ ผู้ต้องหาพร้อมพวก ได้ทำทีว่าจ้างให้ไปบรรทุกทรายแต่ทั้งคู่ได้ปฏิเสธ นายบุญฤทธิ์ กับพวกจึงก่อเหตุใช้อาวุธมีดจี้บังคับทั้งสองขึ้นรถกระบะ โดยใช้ถุงพลาสติกสีดำคลุมศีรษะไปตลอดทาง

จากนั้น นายบุญฤทธิ์ ได้ใช้อาวุธมีดแทงนายประสิทธิ์ และ นายชาณี จนเสียชีวิตแล้วนำศพมาทิ้งไว้ในสระน้ำริมทางบ้านท่าตะเภา ต.ท่าข้าม อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี ต่อเมื่อเดือน กันยายน 2551 หลังผ่านไปเกือบ 10 ปีก็ได้มีผู้ไปพบศพทั้งคู่ในสภาพเหลือแต่กระดูก จึงแจ้งพนักงานสอบสวน สภ.พุนพิน ต่อมาศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ออกหมายจับ ที่ 786/2551 ลงวันที่ 22 กันยายน 2551 ซึ่งกำลังจะหมดอายุความ ในวันที่ 2 ธันวาคม 2561

อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยศ ส.ต.ต.สังกัดตำรวจภูธรภาค 8 ได้ลงมือสืบสวนหาตัวคนร้ายที่ฆ่าบิดาของตนเอง โดยตอนเกิดเหตุนั้นมารดากำลังตั้งครรภ์เขา เมื่อเติบโตและรับรู้ว่าพ่อถูกฆ่าตาย จึงมุ่งมั่นตั้งใจเรียนหนังสือสอบเข้าตำรวจเพื่อตามจับคนร้ายที่ฆ่าพ่อตัวเองให้ได้ ต่อมาเขาสืบสวนจนทราบว่า นายบุญฤทธิ์ ซึ่งเป็นลูกน้องนักการเมืองท้องถิ่นรายหนึ่งรู้จักกับนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่หลายคนหลบหนีมารับจ้างขับรถไถที่บริเวณสวนปาล์ม หมู่ 2 ต.สองพี่น้อง อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร จึงประสานตำรวจกองปราบปรามจับกุมดังกล่าว

สอบสวน นายบุญฤทธิ์ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าได้ก่อเหตุจริงและทราบว่าตนเองมีหมายจับ จึงหลบหนีและไม่ได้ทำบัตรประชาชนอีกเลยนับตั้งแต่นั้นมา เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Advertisement

ด้าน ส.ต.ต.อัษฎาวุฒิ บุตรชาย นายประสิทธิ์ ผู้ตาย กล่าวว่า ตอนจำความได้เคยถามแม่ว่าพ่อหายไปไหน แต่แม่ไม่บอก จนกระทั่งตนรบเร้าหลายๆ ครั้งจนแม่ยอมบอกว่าพ่อถูกฆ่าตาย และบอกอีกว่าพ่ออยากให้ตนเป็นนายร้อยตำรวจ จึงมุ่งมั่นสอบเข้าตำรวจให้ได้ตามที่พ่อคาดหวัง อีกทั้งอยากจับกุมคนร้ายที่ร่วมกันฆ่าพ่อด้วย ต่อมาเมื่อปี 2560 ก็สอบเข้าตำรวจได้ จึงไปสอบถามตำรวจเก่าๆ และญาติๆ ที่รู้เรื่องพ่อ จนทราบว่าคดีนี้มีผู้ต้องหา 3 ราย ถูกจับกุมไปแล้ว 2 ราย เหลือเพียง นายบุญฤทธิ์ ที่ยังหลบหนี จากนั้นก็ทราบว่าเขาไปกบดานที่ประเทศมาเลเซีย และเพิ่งเข้ามาในพื้นที่ไม่นาน จึงประสานตำรวจกองปราบปรามจับกุมดังกล่าว

“รู้สึกดีใจมากที่จับกุมคนร้ายที่ฆ่าพ่อผมได้ โดยคดีนี้ผมสืบสวนหาข่าวด้วยตัวเอง เนื่องจากตำรวจท้องที่ไม่ค่อยให้ความสำคัญ เมื่อได้ข้อมูลว่าคนร้ายกลับเข้ามาในพื้นที่จึงประสานกองปราบจับกุมดังกล่าว ” ส.ต.ต.อัษฎาวุฒิ กล่าว