เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยถึงกรณีนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ทนายความ ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กเกี่ยวกับผู้ต้องขังถูกทำร้ายร่างกายโดยผู้ต้องขังด้วยกันภายในห้องควบคุมของ สภ.เมืองนครปฐม พร้อมระบุว่าคดีไม่มีความคืบหน้านั้น ได้รับรายงาน จาก ภ.จว.นครปฐม ว่า เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม เวลาประมาณ 13.10 ฃน.เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.ภ.7 ได้จับกุมตัว นายวันชัย เพิ่มชม อายุ 53 ปี ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดจันทบุรี ลงวันที่ 10 พฤศจิกายน 2546 ในข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส เพื่อรอ สภ.สะตอน จว.จันทบุรี เจ้าของคดีมารับตัวไปดำเนินการตามกฎหมาย และในวันเดียวกันเวลาประมาณ 15.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมตัวนายคำปัง วงลาโฮม (HAMPANG VONGLAKHONE) อายุ 35 ปี สัญชาติลาว ในข้อหา เสพยาเสพติดให้โทษประเภท1 เมทแอมเฟตามีน(ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย มาควบคุมตัวไว้ที่ห้องควบคุมของ สภ.เมืองนครปฐม
ต่อมาในระหว่างการควบคุมตัว ของวันที่ 31 พฤษภาคคม เวลา 19.40 น. นายคำปังได้ทำร้ายร่างกายนายวันชัยโดยงัดเศษกระเบื้องที่อยู่ในห้องควบคุมมาแทงดวงตาของนายวันชัยได้รับบาดเจ็บ
“พนักงานสอบสวนได้ส่งตัวนายวันชัยไปรับการรักษาตัวที่ รพ.นครปฐม และติดต่อญาติ ให้รับทราบรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง อีกทั้ง สภ.เมืองนครปฐม ได้ให้การช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลและค่าห้องพิเศษให้แก่นายวันชัย ในส่วนของค่าสินไหมทดแทนนั้น ได้แนะนำให้ผู้เสียหายทำการฟ้องร้องทางแพ่งกับนายคำปัง ผู้ก่อเหตุตามกระบวนการยุติธรรมและได้แนะนำใช้สิทธิเรียกร้องค่าตอบแทนผู้เสียหาย จากกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพกระทรวงยุติธรรม โดยกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพได้รับเรื่องไว้ดำเนินการแล้วเมื่อวันที่ 7 ส.ค.2561 ขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาของคณะกรรมการ ในส่วนความคืบหน้าในทางคดี พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาให้แก่นายคำปังฯ รับทราบในข้อหา “ทำร้ายร่างกายสาหัส” และสรุปส่งสำนวนมีความเห็นควร ”สั่งฟ้องผู้ต้องหา” ไปยังชั้นพนักงานอัยการต่อไป โดยศาลจังหวัดนครปฐมได้พิพากษา เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2561 ว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 297 จำคุก 6 ปี รับลดกึ่งตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงเหลือจำคุก 3 ปี ส่วนข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า)ฯ ศาลพิพากษาลงโทษจำคุก 3 เดือน ปรับ 5,000 บาท โทษจำคุกรอ 1 ปี และ สภ.เมืองนครปฐม ได้มีการตั้งกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง เพื่อพิจารณาว่าเหตุครั้งนี้เกิดจากความบกพร่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ใดหรือไม่ โดยจะเร่งรัดผลการตรวจสอบและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย”พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าว
รอง โฆษก ตร. กล่าวต่อว่า คดีนี้มีการดำเนินการมาโดยตลอด พนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานและทำสำนวนส่งมีความเห็นสั่งฟ้อง ไปตามลำดับในของกระบวนการยุติธรรม จนศาลได้มีคำพิพากษาลงโทษจำเลยที่ได้กระทำผิดตามกฎหมายแล้ว อีกทั้ง ภ.จว.นครปฐม ได้มีการตั้งกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง ว่าเป็นความบกพร่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องหรือไม่ อย่างไร ซึ่งคงต้องรอผลการตรวจสอบเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมสำหรับทุกฝ่าย และเพื่อทำความจริงให้ปรากฏ สามารถตอบคำถามสังคมได้ ทั้งนี้ ทราบว่า ภ.จว.นครปฐม ได้จัดให้มีการแถลงข่าวในประเด็นความคืบหน้าในดังกล่าวแล้วและต้องขอขอบคุณ ทนายสงกรานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ที่ช่วยเป็นหูเป็นตาคอยสอดส่องการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

