จับ’จอมโจรโอเล่’เปิดเฟซบุ๊กขายอุปกรณ์ไอทีราคาถูกแต่ส่งแค่ลูกอมให้ลูกค้า

6.11.18 | 12:10 น.

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 6 พฤศจิกายน ที่บก.ปอศ. พล.ต.ต.สุรเชรษฐ์ หักพาล รรท.ผบช.สตม. ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงผลการจับกุม นายวัชรินทร์ แก้วศรี พ่อค้าขายของออนไลน์ หรือ จอมโจรโอเล่ ที่ใช้ชื่อเฟซบุ๊ก whtcharin Kaewsi ในข้อหาฉ้อโกงประชาชน และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลอันเป็นเท็จซึ่งจับกุมได้ที่ลานจอดรถห้างสรรพสินค้าย่านจรัญสนิทวงศ์ เมื่อวันที่5พฤศจิกายนที่ผ่านมา


พล.ต.ต.สุรเชรษฐ์ กล่าวว่า โดยผู้ต้องหาได้ใช้เฟซบุ๊กในการหลอกลวง ชักชวนประชาขนให้เข้าร่วมประมูลซื้อสินค้าไอทีในราคาถูกกว่าท้องตลาด สามารถซื้อได้ในราคาเริ่มต้น 2,000 บาท จนกระทั่งมีผู้เสียหายหลงเชื่อ โอนเงินเข้าบีญชีของนายวัชรินทร์ แต่หลังจากโอนเงินแล้วผู้เสียหายได้รับพัสดุเป็นลูกอมยี่ห้อโอเล่และชูกัส แต่เมื่อผู้เสียหายจะฟ้องกลับ ผู้ต้องหาจึงได้โพสข้อความข่มขู่ว่าหากมีใครโพตส์กล่าวหาตนจะฟ้องกลับทันที และจากการจับกุมขยายผลพบว่ากล่องพัสดุถูกจัดส่งทาง บ.ขนส่งเอกชนโดยผู้ต้องเป็นผู้จัดส่งด้วยตนเอง จากการสอบสวนพบว่ามีประชาชนที่ตกเป็น เยื่อกว่า100คน มูลค่าความเสียหายกว่า 300,000 บาท

พล.ต.ต.สุรเชรษฐ์ กล่าวต่อว่า คดีที่ 2 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมนางภัสราภรณ์ โชติสิงห์สิริ และนายพิพัฒน์ชัย จงจิตไพศาล 2 สามีภรรยาที่ร่วมกัยฉ้อโกงผู้เสียหายให่ร่วมลงทุนเป็นตัวแทนขายเครื่องนวดสปาผ่านทางเฟซบุ๊ก และเมื่อผู้เสียหายสนใจก็จะดึงเข้ากรุ๊ปไลน์ โดยการันตีว่าหากร่วมลงทุนจะได้ตอบแทนคืน มากกว่า 600%ต่อปี ตามเงินลงทุนโดยจะให้ผู้เสียหายลงทุนซื้อเครื่องนวดสปา 1เครื่อง ในราคา30,000 บาท และเมื่อครบ1สัปดาห์แรกก็ได้ผลตอบแทน 3,500 บาท ซึ่งช่วงแรกผู้เสียหายได้รับผลตอบแทนจริง แต่ต่อมาผู้ต้องหาอ้างเพิ่มเติมว่าหากมีการสั่งซื้อเครื่องนวดเพิ่มขึ้น ก็จะได้ผลตอบแทนเพิ่มขึ้น ยิ่งทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อและเพิ่มเงินลงทุน แต่เมื่อครบกำหนดก็ไม่ได้รับการโอนเงินตามเงื่อนไขที่สัญญาไว้ เมื่อทวงถามก็บ่ายเบื่องอ้างว่าตนก็ถูกนายทุยหลอกลวงอีกทอดหนึ่ง

หลังจากที่ผู้เสียมาร้องเรียน ก็สามารถจับกุม2สามีภรรยาได้ที่เชียงใหม่และลพบุรี ทั้งนี้มีประชาชนหลงเชื่อกว่า100 คนมูลค่าความเสียกว่า 10 ล้านบาท

Advertisement

พล.ต.ต.สุรเชรษฐ์ กล่าวต่อว่า คดีที่ 3 เจ้าหน้าที่ตำรวจยังสามารถจับกุมนายคมสัน ศรีสุข ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรปราการในข้อหาฉ้อโกงประชาขน หลังร่วมกับพวก8คนที่กระทำความผิดหลองผู้เสียหายบงทุนในการซื้อถึงบิ๊กแบ๊คจากโรงงานบริษัทเอกชนย่านสมุทรปราการโดยอ้างว่าสามารซื้อถุงบิ๊กแบ๊คเพียง60 บาทและไปขายต่อ 80-100 บาท ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อร่วมลงทุน โดยตอนนี่มีผู้ต้องหาเข้ามารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว 5 คน และหลบหนีอีก3 โดยคดีดังกล่าวมีมูลค่าความเสียหาย35 ล้านบาท

พล.ต.ต.สุรเชรษฐ์ ระบุ “ขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อว่าจะมีการได้รับผลตอบแทนที่สูงเกินความเป็นจริง อย่าหลงเชื่อ และหากไม่มั่นใจขอให้โทรไปปรึกษากับตำรวจที่เบอร์1155“