จับ2ผัว-เมีย ตุ๋นลงทุนแปรรูปทอง อุบายลวงลงทุนหลักล้าน ดอกเบี้ย 200 เปอร์เซ็นต์ สูญ 200 ล.

7.11.18 | 16:14 น.

เมื่อเวลา 13.20 น. วันที่ 7 พฤศจิกายน ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รักษาราชการแทนผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (รรท.ผบช.สตม.) ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (รองศปอส.ตร.) พร้อมด้วย พ.ต.อ.พุฒิพงศ์ มุสิกูล
รอง ผบก.ปอศ และเจ้าหน้าตำรวจหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงการจับกุม นางเพ็ญศรี มีพิมพ์ และ นายรักประมวล หลุยจันทึก ผู้ต้องหาคดีฉ้อโกง หลอกระดมทุนแปรรูปทองคำ โดยอ้างว่าจะได้กำไรจากเงินปันผลที่สูง ซึ่งมีผู้เสียหายรวมแล้วกว่า 100 ราย รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 200 ล้านบาท


พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า นางเพ็ญศรี และนายรักประมวล ทั้งสองเป็นเจ้าของบริษัท เคทีพีโกลด์ (KTP gold) ซึ่งอ้างเป็นธุรกิจเกี่ยวกับการแปรรูปทองคำ มีพฤติการณ์ชักชวนให้ผู้เสียหาย ร่วมลงทุนบนเว็บไซต์ www.ktpgold.com และผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์กลุ่ม ”วันที่ทุกคนรอคอย” เพื่อแปรสภาพทองคำแท่งเป็นทองรูปพรรณ ซึ่งมีการส่งรูปกลุ่มผู้ต้องหาพร้อมกับทองจำนวนมากจากที่พักซึ่งเป็นอาคารพาณิชย์ ตั้งอยู่ในซอยวัดจันทร์ ย่านบางแค ทำให้ผู้เสียหายเกิดความตายใจและหลงเชื่อมาร่วมลงทุน

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวต่อว่า ผู้ต้องหาจะแนะนำแพ็กเกจการลงทุนด้วยเงิน 1 ล้านบาท แบ่งเป็น 1.รับเงินรายวัน วันละ 25,000บาท เป็นระยะเวลา 60 วัน จะได้เงินกลับคืน 1.5ล้านบาท คิดเป็นเปอร์เซนต์ร้อยละ 25 ต่อเดือน หรือ 300% ต่อปี 2.รับเงินรายสัปดาห์ สัปดาห์ละ 1.4แสนบาท ระยะเวลา 10 สัปดาห์ กำไรร้อยละ 200% ต่อปี และลงทุนในโครงการออมทอง KTP ลงทุนทองขนาดตั้งแต่ 1 สลึง-50บาท พร้อมรับผลตอบแทน 4% ภายใน 7วัน หากครบระยะเวลา 30 วัน จะเลือกรับเป็นทอง หรือเงินสดได้ และหากสมาชิกสามารถชักชวนผู้อื่นมาร่วมลงทุนได้อีก ก็จะได้ค่านายหน้าร้อยละ 6

น.ส.เอ ผู้เสียหายรายหนึ่ง กล่าวว่า ตนได้ร่วมลงทุนมาตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ก่อนจะรู้ตัวว่าถูกโกง เมื่อราววันที่ 28 กรกฎาคม ที่ผ่านมา เพราะผู้ต้องหาเริ่มจ่ายเงินไม่ตรงเวลา ก่อนจะปฏิเสธว่าเกิดปัญหาทางการเงิน และถูกอายัดบัญชี ทำให้ไม่สามารถจ่ายค่าตอบแทนได้ จึงรวมตัวกันมาแจ้งความร้องทุกข์เพื่อดำเนินคดี

Advertisement

พ.ต.อ.พุฒิพงศ์ กล่าวว่า จากนั้น เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกหมายจับทั้ง 2 ผู้ต้องหา แต่กลับไหวตัวทันและหลบหนีอยู่เรื่อยมา กระทั่งถูกจับได้หลังเดินทางไปทำบุญที่วัดบางบัว ย่านบางเขน กทม. เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยจับกุมในข้อหา”ร่วมกันฉ้อโกง” และ “ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน” เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพทั้งหมด พร้อมระบุว่าได้ทำมาประมาณ 1 ปีกว่าแล้ว และเมื่อสอบสวนขยายผลเพิ่มเติม คาดว่ายังมีผู้ร่วมขบวนการอีกไม่ต่ำกว่า 3 ราย ทั้งนี้ บก.ปอศ. ได้ทำการเร่งรัดติดตามคดีทุกเรื่องที่ได้รับเข้ามา เพื่อให้ผู้เสียหายได้รับความเป็นธรรมโดยเร็ว