รพ.พระราม 2 แถลงช่วย ‘สาวถูกน้ำกรด’ แต่เจ้าตัวปฏิเสธ ยันไม่ได้ตายจากแผลไหม้ แต่รอผลชันสูตร

12.11.18 | 16:23 น.

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 12 พฤศจิกายน โรงพยาบาล (รพ.) พระราม 2 ประกอบด้วย พญ.วัลลภา ไชยมโนวงศ์ ผู้อำนวยการ รพ.พระราม 2 และ นพ.พีระ คณานวัตน์ ศัลยแพทย์ทั่วไป และที่ปรึกษาประจำ รพ.พระราม 2 ร่วมแถลงชี้แจงกรณีชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม และญาติของ น.ส.ช่อลัดดา ทาระวัน อายุ 38 ปี หญิงเคราะห์ร้ายที่ถูกนายคำตัน สิงหนาท อายุ 50 ปี สามีเอาน้ำกรดสาดที่ใบหน้าเพราะความหึงหวง ระบุว่า รพ.พระราม 2 ไม่ให้การดูแลรักษา น.ส.ช่อลัดดา ซึ่งเป็นผู้ป่วยฉุกเฉินจนเป็นเหตุให้เสียชีวิต

พญ.วัลลภาแถลงว่า ข้อเท็จจริงกรณีสาวถูกน้ำกรดสาด ภายหลังผู้อำนวยการกองสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เดินทางมาตรวจสอบ ทั้งนี้ จากเหตุการณ์ รพ.พระราม 2 รับคนไข้หญิงไทยอายุ 38 ปี ซึ่งเข้ามาในโรงพยาบาลในลักษณะเดินกึ่งวิ่งมาจากด้านล่างของโรงพยาบาลบริเวณทางลาดขึ้นไปที่ห้องฉุกเฉินบริเวณชั้น 2 เวลาตี 5 เศษ ถึง 6 โมงเช้าของวันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 แต่เนื่องจากคนไข้ไม่เคยมาที่ รพ.พระราม 2 จึงวิ่งผ่านห้องฉุกเฉินด้านหน้าไปบริเวณ OPD และลงไปที่ชั้นใต้ดินของโรงพยาบาล จนพบพนักงานเคลื่อนย้ายผู้ป่วยของโรงพยาบาล ซึ่งอยู่บริเวณชั้นใต้ดินของโรงพยาบาล จึงสอบถามคนไข้และพาคนไข้เข้ามาที่ห้องฉุกเฉินบริเวณประตูหลังซึ่งอยู่หน้าลิฟต์

พญ.วัลลภาแถลงต่อไปว่า ขณะที่คนไข้เข้าไปที่ห้องฉุกเฉินได้ร้องบอกเจ้าหน้าที่พยาบาลที่ห้องฉุกเฉินว่าช่วยด้วย ปวดแสบปวดร้อน พยาบาลห้องฉุกเฉินจึงรีบเข้าช่วยปฐมพยาบาลคนไข้พร้อมสอบถามอาการ ทราบว่าคนไข้ถูกสามีสาดน้ำร้อนเข้าหน้าในขณะนอน พยาบาลจึงได้ทำการปฐมพยาบาล พร้อมวัดสัญญาณชีพ ผลความดันปกติ ชีพจรปกติ การหายใจปกติ ออกซิเจนในเลือดปกติ จากนั้นได้โทรรายงานแพทย์ที่ปรึกษาทางศัลยกรรม คือ นพ.พีระ คณานุวัฒน์ พร้อมแจ้งอาการและสัญญาณชีพให้ทราบ นพ.พีระสั่งให้ทำแผลคนไข้ และรับไว้เป็นผู้ป่วยใน เพื่อให้ยาระงับปวดและสังเกตอาการ แต่คนไข้ได้แจ้งปฏิเสธการรักษาเป็นผู้ป่วยใน พร้อมทั้งบอกความต้องการที่จะไปรักษาตามสิทธิประกันสังคมของตน ซึ่งอยู่ที่ รพ.บางมด และประสงค์ขอเดินทางไปเอง

“ทาง รพ.พระราม 2 ได้โทรแจ้งที่ รพ.บางมด แต่ไม่สามารถติดต่อผู้ตรวจการณ์ของ รพ.บางมดได้ ในขณะนั้นจึงขอสายคุยกับพยาบาลห้องฉุกเฉิน และแจ้งว่าจะมีคนไข้คนดังกล่าวไปที่โรงพยาบาล จากนั้น รพ.พระราม 2 ได้นำส่งคนไข้ขึ้นรถแท็กซี่ไป รพ.บางมด ตามความประสงค์ประมาณ 6 โมงเช้า รพ.พระราม 2 ขอเรียนชี้แจงข้อเท็จจริง และขอยืนยันว่าได้ทำหน้าที่อย่างดีที่สุดตามมาตรฐานโรงพยาบาลในการดูแลคนไข้ และขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของคนไข้ในการสูญเสียครั้งนี้” พญ.วัลลภากล่าว

ด้าน นพ.พีระแถลงว่า ขณะนี้ได้ส่งข้อมูลไปยังกรมสนับสนุนบริการสุขภาพแล้ว มีกล้องวงจรปิด ซึ่งเก็บข้อมูลมาหมด เห็นหน้าคนไข้ และมีลูกสาววิ่งตามเข้ามา และร้องขอความช่วยเหลือว่าปวดแสบปวดร้อนเหมือนถูกน้ำร้อน หรืออะไรสาดมา ซึ่งเจ้าหน้าที่ทำบัตรบอกว่า ยังไม่ต้องทำบัตร ฉุกเฉินได้เลย

Advertisement

“อย่างไรก็ตาม กรณีนี้เมื่อเห็นเป็นรอยแดง เรายังบอกไม่ได้หรอกว่า โดนน้ำกรด น้ำร้อน หรือเปลวไฟ แยกไม่ได้ ส่วนบริเวณห้องฉุกเฉินติดกล้องไม่ได้ เพราะต้องเปิดเสื้อผ้าทำแผนผู้ป่วย จึงสงวนไว้” นพ.พีระกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีหลักฐานอย่างไรเพื่อยืนยันว่าไม่ได้ปฏิเสธการรักษา นพ.พีระกล่าวว่า การปฏิเสธรักษานั้น จริงๆ เป็นเรื่องการพูดคุยระหว่างเจ้าหน้าที่พยาบาลและคนไข้ ส่วนสาเหตุการเสียชีวิต ตนยังไม่ทราบ เพราะข้อมูลนี้จะเป็นข้อมูลจากทายาทโดยธรรมเท่านั้นจะรับทราบ

เมื่อถามว่า การที่ผิวหนังไหม้ระดับ 3 ทำให้เสียชีวิตได้หรือไม่ นพ.พีระกล่าวว่า เสียชีวิตได้อย่างรวดเร็วเพราะเสียเกลือแร่ หรือการติดเชื้อเข้ากระแสเลือด แต่ต้องใช้เวลานาน 3-4 วัน ส่วนกรณีนี้ลักษณะของแผลไม่เป็นเหตุให้เสียชีวิต ซึ่งหากเป็นผิวหนังไหม้ระดับ 3 จิ้มแผลจะไม่เจ็บเลย เพราะชาไปหมดแล้ว อย่างไรก็ตาม สำหรับคลิปวิดีโอที่มาในโรงพยาบาล ต้องขออนุญาต ยังเปิดเผยไม่ได้ ยกเว้นญาติมาเซ็นรับไป หรือทายาทโดยธรรมมีสิทธิขอข้อมูลหรือภาพได้ แต่ต้องขอที่ถูกต้องตามกฎหมาย

เมื่อถามต่อไปว่า ณ วันนั้นได้เก็บค่ารักษาหรือไม่ นพ.พีระกล่าวว่า ไม่ได้เก็บสักบาท

“จากคลิปวิดีโอที่ผมตอบโต้ไปเมื่อวันก่อน เมื่อกลับมาบ้านผมก็ได้รับการสั่งสอนจากภรรยาว่า ไม่มีประโยชน์ในการตอบโต้ ซึ่งเมื่อข้อเท็จจริงออกมา ผมคงไม่ฟ้องร้องใครที่ทำให้ รพ.พระราม 2 เสียชื่อเสียง อย่างไรก็ตาม เราทุกคนในโรงพยาบาลเสียใจที่เกิดเรื่อง เพราะเกินความคาดคิด เพราะลักษณะที่เราเห็น ไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้เสียชีวิต ซึ่งก็อยากทราบสาเหตุเหมือนกัน โดยมีหลายครั้งที่มา รพ.พระราม 2 แล้วเสียชีวิตโดยไม่ทราบสาเหตุ แต่เมื่อชันสูตรก็จะทำให้ทราบข้อเท็จจริง” นพ.พีระกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า เจ้าหน้าที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพได้มาตรวจสอบและขอข้อมูลอะไรบ้าง นพ.พีระกล่าวว่า ได้ขอข้อมูล 3 อย่าง คือ สำเนาเวชระเบียน สำเนาตารางเวรของผู้ที่เกี่ยวข้องเรื่องนี้ และสำเนาคลิปวิดีโอ ซึ่งก็ต้องรอการพิจารณา เพราะไม่ว่าอะไรก็ตาม เมื่อมีการร้องเรียนในโรงพยาบาลทุกแห่ง ก็จะมีเจ้าหน้าที่ลงมาตรวจสอบและขอข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

ด้าน ทพ.อาคม ประดิษฐสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ กล่าวว่า ขณะนี้ได้ลงไปตรวจสอบโรงพยาบาล 2 แห่ง คือ รพ.พระราม 2 และ รพ.บางมด โดยได้ข้อมูลหลักฐานต่างๆ ทั้งหมด อาทิ เวชระเบียนคนไข้ หลังจากนี้จะส่งมอบเรื่องให้อนุกรรมการฯพิจารณาว่า มีความผิดอะไรหรือไม่ ซึ่งหากพบว่า มีความผิดตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ.2541 ก็จะส่งให้แพทยสภาต่อไป คาดว่าจะใช้เวลา 1 สัปดาห์นับจากนี้ หากมีความผิดจริงก็จะผิดในเรื่อง ม.36 เรื่องรองรับผู้ป่วยกรณีส่งต่อ ทั้งนี้ หากเข้าข่ายเคสฉุกเฉินจริงจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ