‘อัศวิน’ ล่องเรือตรวจโป๊ะจัดลอยกระทง-ร่วม กอ.รมน.จับโกดังขายพลุ-ดอกไม้ ผิด กม.21พ.ย.นี้

12.11.18 | 18:43 น.

เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน นายสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะผู้บริหาร กทม. เรื่อง การเตรียมความพร้อมการลงพื้นที่ตรวจสอบท่าเทียบเรือ และโป๊ะท่าเรือริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาและสถานประกอบการที่จำหน่ายพลุ ประทัด และดอกไม้เพลิง เพื่อเตรียมพร้อมจัดงานลอยกระทง ประจำปี 2561 ว่า ในที่ประชุมได้มอบหมายให้สำนักงานเขตพื้นที่สำรวจท่าและโป๊ะเรือบริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยาและคลองต่างๆ เพื่อตรวจความพร้อมและสภาพใช้งานได้ พร้อมให้จัดทำรายงานท่าหรือโป๊ะเรือที่อยู่ในสภาพปกติและชำรุดเสียหาย รายงานต่อผู้บริหารอย่างเร่งด่วน เพื่อแก้ไขซ่อมแซม หากมีสภาพชำรุด อันตรายต่อการใช้งาน ให้ปิดประกาศห้ามใช้ชั่วคราว ส่วนท่าหรือโป๊ะที่อยู่ในสภาพปกติ ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักการจราจรและขนส่ง สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักเทศกิจ ดำเนินการการติดตั้งป้ายแสดงความสามารถรับน้ำหนักบรรทุก บริเวณท่าเรือและโป๊ะ โดยระบุจำนวนผู้โดยสารสูงสุด ตรวจสอบไฟฟ้าส่องสว่างให้มีความสว่างเพียงพอเพื่อความปลอดภัยของประชาชนที่มาร่วมกิจกรรม รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยของประชาชนและเฝ้าระวังการใช้งานท่าเรือ หรือโป๊ะตามความสามารถรับน้ำหนักสูงสุด โดยให้มีการประกาศด้วยเครื่องขยายเสียงเพื่อให้ประชาชนได้รับทราบ

นายสกลธี กล่าวว่า ตลอดทั้งวันของวันที่ 21 พฤศจิกายนนี้ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. พร้อมคณะผู้บริหาร กองอำนวยการรักษาความมั่นคงกรุงเทพมหานคร (กอ.รมน.กทม.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะลงพื้นที่ตรวจท่าเทียบเรือและโป๊ะ ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาและคลองในพื้นที่ และร่วมกันตรวจร้านที่ลักลอบจำหน่ายพลุ-ดอกไม้เพลิง โดยเฉพาะผู้จำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ ขณะนี้ กอ.รมน.ได้รับเบาะแสกลุ่มผู้ค้าผ่านออนไลน์ไว้แล้ว โดยพบว่า ไม่มีผู้จำหน่ายรายใดในพื้นที่กรุงเทพมหานครได้รับอนุญาตจำหน่ายอย่างถูกต้องตามกฎหมายแม้แต่รายเดียว ส่วนของผู้ที่ผลิตปัจจุบันมีผู้ได้รับอนุญาต กทม.ในการผลิต ประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพประเภทการผลิต การสะสม การขนส่งดอกไม้เพลิง หรือสารเคมีอันเป็นส่วนประกอบในการผลิตดอกไม้เพลิงเพียง 5 ราย เท่านั้น

“ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยของประชาชน กทม.ได้ประสานหน่วยงานต่างๆ เพื่อช่วยดูแลตรวจตราความเรียบร้อยในสถานที่ที่จัดจำหน่ายโดยจะออกประกาศมาตรการต่างๆเพื่อความปลอดภัย และจะดำเนินคดีกับผู้ที่ฝ่าฝืนซึ่งในวันลอยกระทงก็จะตรวจเข้ม หากพบผู้ใดจำหน่ายหรือเล่นดอกไม้ไฟในที่ชุมชนก็จะให้ทุกเขตร่วมกันดำเนินการตามกฎหมายให้ถึงที่สุด” นายสกลธี กล่าว

นายสกลธี กล่าวถึงบทกำหนดโทษสำหรับผู้ผลิต สะสมและจำหน่ายดอกไม้เพลิงที่ประกอบกิจการโดยไม่ได้รับอนุญาต ว่า มีกฎหมายที่อยู่ในการบังคับของตำรวจคือพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อาวุธปืน เครื่องกระสุน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือ จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากสร้างความเสียหายให้กับผู้อื่นจะมีโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 220 โทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 14,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วน กทม.จะควบคุมผู้จำหน่ายพลุดอกไม้ไฟต่างๆ ตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ.2535 มาตรา 71 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 19 มาตรา 33 วรรคหนึ่งหรือมาตรา 34 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ