“นุจรินทร์-สมเกียรติ”ลงชิงเลือกตั้งซ่อม ก.ต.ศาลฎีกา ชื่อ “ชำนาญ ระวิวรรณพงษ์” อดีต ก.ต.ศาลฎีกาที่เคยถูกถอดถอน ผุด ในบัญชีผู้มีสิทธิ
เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานถึงกรณีที่นาย ชำนาญ รวิวรรณพงษ์ ประธานแผนกคดีล้มละลายในศาลฎีกา พ้นจากการปฏิบัติหน้า กรรมการตุลาการศาลยุติธรรมผู้ทรงคุณวุฒิชั้นฎีกา จากมติการลงคะเเนนถอดถอนเมื่อวันที่ 26 ตุลาคมที่ผ่านมา
ซึ่งตามพระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. 2543 ได้บัญญัติว่าจะต้องจัดให้มีการเลือกตั้งซ่อม ก.ต.ผู้ทรงคุณวุฒิในศาลฎีกาเเทนตำเเหน่งที่ว่างลง1 ตำเเหน่งภายใน45 วัน เพื่อให้ได้ ก.ต.ครบ 15คน
ซึ่งเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายนที่ผ่านมาทางสำนักงานศาลยุติธรรมได้ประกาศบัญชีรายชื่อเเละหมายเลขบุคคลผู้มีสิทธิรับเลือกเป็น ก.ต.ผู้ทรงคุณวุฒิในชั้นศาลฎีกา จำนวน 116 คน(เลือก1คน) ซึ่งก่อนหน้านี้ทางสำนักงานศาลยุติธรรมได้จัดส่งเเบบเเสดงความประสงค์รับเลือกเป็น ก.ต.ในชั้นศาลฎีกาทางเว็ปไซต์ของสำนักงานศาลยุติธรรม เพื่อให้ข้าราชการที่มีสิทธิในชั้นศาลฎีกากรอกเเบบเเสดงความประสงค์ เเละให้จัดส่งไปยังสำนักงานศาลยุติธรรมภายในวันที่ 5 พฤศจิกายน ก็ปรากฎว่า รายชื่อผู้มีสิทธิรับเลือกเป็น ก.ต.ศาลฎีกา นั้นมีบัญชีรายชื่อ นายชำนาญ ซึ่งเคยถูกถอดถอนอยู่ด้วย
โดยในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิรับเลือกเป็น ก.ต. นั้นมี นางนุจรินทร์ จันทร์พรายศรี ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา ซึ่งเคยเคยดำรงตำเเหน่ง ก.ต.ในชั้นศาลอุทธรณ์ มาก่อน สมัยที่ดำรงตำเเหน่งประธานศาลอุทธรณ์ภาค7 เเละ นายสมเกียรติ ตั้งสกุล ผู้พิพากษาศาลฎีกา ซึ่งดำรงตำเเหน่ง อนุกรรมการตุลาการ (อ.ก.ต.)เเละเป็น ใน6 อ.ก.ต.เสียงข้างน้อยที่ไม่ผ่านคุณสมบัติ นายชำนาญขึ้นเป็นรองประธานศาลฎีกา 2 ราย ที่ได้เเสดงความประสงค์ ขอรับเลือกเป็น ก.ต.ผู้ทรงคุณวุฒิในศาลฎีกา
โดยจะสังเกตได้ว่ามีผู้พิพากษาศาลฎีกาบางคนที่มีบัญชีรายชื่อมีสิทธิได้รับเลือกเเต่ ก็ได้เเสดงความจำนงค์ที่จะไม่รับเลือกเป็น ก.ต.ซึ่งจะมีเเสดงขึ้นต่อท้ายบัญชี ส่วนบุคคลที่มีในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิรับเลือกเป็น ก.ต.เเม้ไม่ได้เเสดงเจตจำนงค์ที่จะขอรับเลือกเป็น ก.ต. ก็ยังมีสิทธิที่จะได้รับเลือกเป็น ก.ต.ได้อยู่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ ประวัติ ผู้ที่เสนอตัวเป็น ก.ต.ชั้นศาลฎีกา 2รายนั้น
นางนุจรินทร์ จันทร์พรายศรี ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา จบการศึกษา นิติศาสตร์มหาวิทยาลัยรามคำแหง ,เนติบัณทิต รุ่น 33 รัฐประศาสนศาสตร์มหาบัณฑิตสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หลักสูตรผู้บริหารกระบวนการยุติธิรรมระดับสูง(บยส.)รุ่นที่8 ,หลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร(วปอ.2550)หลักสูตรการเมืองการปกครองในระบบประชาธิปไตย สำหรับนักบริหารระดับสูง(ปปร.) รุ่น16 วิทยาลัยการเมืองการปกครองสถาบนัพระปกเกล้า เเละสถาบันวิทยาการตลาดทุน(วตท.)รุ่น26 เคยดำรงตำเเหน่ง ที่น่าสนใจ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดเบตงปี ,ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลแพ่ง , ผู้พิพากษาศาลฎีกา ,ประธานศาลอุทธรณ์ภาค 5 เเละภาค 7 เเละปัจจุบันเป็นผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา ทั้งเคยดำรงตำเเหน่ง อนุกรรมการตุลาการ (อ.ก.ต.) ประจำศาลชั้นต้น กรรมการบริหารศาลยุติธรรม (ก.บ.ศ.) ศาลชั้นต้น2สมัย เเละชั้นศาลฎีกา 1สมัย เเละกรรมการตุลาการ (ก.ต.) ชั้นศาลอุทธรณ์
ส่วน นายสมเกียรติ ตั้งสกุล ผู้พิพากษาศาลฎีกา จบการศึกษานิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ,เนติบัณฑิตไทย เคยดำรงตำเเหน่งที่น่าสนใจรองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญากรุงเทพใต้ ,อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญากรุงเทพใต้ ,ประธานแผนกคดีเลือกตั้งในศาลอุทธรณ์ภาค 1รองประธานศาลอุทธรณ์ภาค 1 ปัจจุบันเป็นผู้พิพากษาศาลฎีกา
โดยมีวิสัยทัศน์สร้างหลักประกันแก่ผู้พิพากษาให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต และเที่ยงธรรม ให้ความเป็นธรรมแก่ผู้พิพากษาในทุกชั้นศาลโดยเท่าเทียมกัน
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มว่าสำหรับกำหนดส่งบัตรเลือกตั้งถึงสำนักงานศาลยุติธรรมวันสุดท้ายในวันที่ 29 พฤศจิกายน เเละให้มีการตรวจนับคะเเนนในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2561

