ผู้เสียหายจากร้านเวดดิ้งหรูย่านลาดพร้าว ตบเท้าพบ “บิ๊กโจ๊ก” แจ้งความเอาผิดเจ้าของร้านแล้ว

13.11.18 | 16:19 น.

จากกรณีที่มีบ่าวสาวผู้เสียหาย แจ้งเตือนผ่านเฟซบุ๊กว่าถูกร้านเวดดิ้งแห่งหนึ่งเบี้ยวนัดรับชุดแต่งงานทั้งที่ชำระเงินเรียบร้อยแล้ว ขณะที่บางรายได้สั่งแพ็กเกจจัดงานแต่งเป็นราคาหลักแสนบาท แต่ปรากฎว่าในงานจริงกลับไม่เป็นเหมือนที่โฆษณาไว้ ก่อนที่ผู้เสียหายจะพบว่าร้านได้ปิดตัวลงโดยไม่มีการแจ้งเตือนนั้น


เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) น.ส.จิราภรณ์ บาเอ๊ะ อายุ 27 ปี พร้อมด้วยกลุ่มผู้เสียหายกว่า 20 รายจากการสั่งจองชุดแต่งงานหรือแพ็กเกจงานแต่งกับร้าน ชุดแต่งงานดังกล่าวเดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) เพื่อร้องเรียนกับ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รรท.ผบช.สตม. ในฐานะรองผอ.ศปอส.ตร. ให้สืบสวนดำเนินคดีกับเจ้าของร้านดังกล่าว ที่มีผู้เสียหายมากกว่า 400-500 ราย ได้รับผลกระทบ มูลค่าความเสียหายรวมไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท

น.ส.จิราภรณ์ กล่าวว่า มีผู้ตกเป็นเหยื่อร้านนี้ แบ่งเป็น 3 ลักษณะ คือ 1.กลุ่มที่จ่ายเงินแล้ว แต่ไม่ได้ชุดและยังไม่มีการจัดงานแต่ง 2.กลุ่มที่จ่ายค่ามัดจำ ได้รับชุดแล้ว แต่ยังไม่ได้จัดงานแต่ง 3.และกลุ่มที่ได้จัดงานแต่งแล้ว คืนชุดแล้ว แต่ไม่ได้รับเงินค่ามัดจำคืน ส่วนเหตุผลที่เลือกร้านนี้ เนื่องจากตนเห็นโฆษณาผ่านทางเฟซบุ๊ก โดยเป็นร้านเปิดใหม่ ไม่มีประวัติเสียหายมาก่อน มีโปรโมชั่นราคาแพ็คเกจตั้งแต่หลักหมื่นถึงหลักแสน และมีชุดที่ส่วนตัวเองถูกใจ อีกทั้งมีการจัดแฟชั่นโชว์ชุดแต่งงานโดยใช้ศิลปินดาราชื่อดัง สร้างความน่าเชื่อถือ จึงหลงเชื่อใช้บริการของร้านนี้ ซึ่งส่วนตัวได้มีการจัดงานแต่งไปแล้ว แต่ไม่ได้รับเงินค่ามัดจำคืน เป็นเงิน 20,000 บาท ซึ่งจากการพูดคุยกับผู้เสียหายรายอื่น ที่มีการรวมกลุ่มในไลน์มากกว่า 500 คน มีบางรายสูญเงินไปแล้วหลายแสนบาท รวมความเสียหายเป็นเงินไม่ต่ำกว่า10 ล้านบาท

น.ส.จิราภรณ์ กล่าวอีกว่า เมื่อตนรู้ว่าโดนหลอก จึงมีการตั้งกลุ่มไลน์กับเพื่อนผู้เสียหาย ซึ่งมีสมาชิกกว่า 400 ราย หลักจากนั้นรวบรวมหลักฐานนำมาแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สำหรับเพจร้านเวดดิ้งร้านดังกล่าวตนได้เข้าไปสังเกตการณ์เป็นระยะ แต่ไม่พบความเคลื่อนไหว และเมื่อเดินทางไปที่ร้านก็พบว่าปิดบริการ