คุมเข้ม! ตุ๋นแรงงานไทยไปตปท. เผยรอบ10เดือน ส่งออกเกือบ1แสนคน

14.11.18 | 18:18 น.

เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน นางเพชรรัตน์ สินอวย รักษาราชการแทนอธิบดีกรมการจัดหางาน (กกจ.) เปิดเผยว่า พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาการหลอกลวงคนหางานไปทำงานต่างประเทศ โดยมอบหมายให้ กกจ.มีมาตรการป้องกันและป้องปรามแรงงานไม่ให้ถูกหลอกลวง ซึ่ง กกจ.ได้สั่งการให้สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด คุมเข้ม ตรวจสอบและสกัดกั้น เพื่อคุ้มครองคนหางานที่จะเดินทางไปทำงานต่างประเทศไม่ให้ถูกหลอกลวงจากสาย/นายหน้าเถื่อนทั้งก่อนเดินทางไปทำงาน และระหว่างทำงานในต่างประเทศ โดยเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบตำแหน่งงานในต่างประเทศ กำหนดค่าใช้จ่ายและค่าบริการที่เหมาะสมและเป็นธรรม การบังคับใช้กฎหมาย ให้การคุ้มครองแรงงานให้ได้รับความคุ้มครองสิทธิประโยชน์ตามสัญญาจ้างและกฎหมายแรงงานของประเทศที่เข้าไปทำงานไม่ให้ถูกเอารัดเอาเปรียบจากนายจ้าง

“กกจ.ได้จัดตั้งชุดเฝ้าระวัง คอยตรวจสอบและสกัดกั้นผู้ลักลอบไปทำงานต่างประเทศที่ด่านตรวจคนหางานท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ดอนเมือง และท่าอากาศยานชายแดนระหว่างประเทศทั้ง 25 ด่าน ใน 19 จังหวัด ทั้งยังตรวจสอบเว็บไซต์ที่มีพฤติกรรมในการโฆษณาชักชวนคนหางานไปทำงานต่างประเทศ และใช้สายตรวจออนไลน์คอยตรวจสอบ เฝ้าระวังพฤติการณ์ของกลุ่มมิจฉาชีพอย่างเข้มงวด หากพบการกระทำผิดจะดำเนินคดี และโพสต์ข้อความเตือนชี้แจงข้อเท็จจริงและข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับการไปทำงานต่างประเทศไปยังเฟซบุ๊ก สำหรับคนหางานที่ประสงค์จะเดินทางไปทำงานต่างประเทศควรหาข้อมูลของประเทศและตำแหน่งงานที่ตนเองจะไปทำงานอย่างละเอียด คิดให้รอบคอบ โดยคำนึงถึงความคุ้มค่าในการเดินทาง และต้องไปทำงานโดยถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อที่จะได้รับสิทธิประโยชน์และการคุ้มครองดูแลจากนายจ้างและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามกฎหมาย ควรดำเนินการตรวจสอบข้อมูลนายจ้าง/สถานประกอบการในต่างประเทศให้ละเอียด หากสมัครงานผ่านบริษัทจัดหางาน สามารถตรวจสอบข้อมูลบริษัทจัดหางานได้ทางเว็บไซต์ กกจ. นอกจากนี้ ควรศึกษาสัญญาการจ้างงาน ทั้งอัตราค่าจ้าง เงื่อนไขการจ้างงาน การจ่ายค่าจ้าง เงินค่าล่วงเวลา อย่างละเอียดรอบคอบ พร้อมทั้งศึกษาขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม สภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศก่อนตัดสินใจเดินทาง” นางเพชรรัตน์กล่าว

นางเพชรรัตน์กล่าวอีกว่า ในปี 2561 ตั้งแต่เดือนมกราคม-ตุลาคม มีแรงงานไทยไปทำงานต่างประเทศแล้ว 99,269 คน จำแนกตามประเภทการเดินทางได้เป็น เดินทางด้วยตนเอง 8,453 คน กกจ.จัดส่ง 10,152 คน นายจ้างพาลูกจ้างไปทำงาน 9,697 คน นายจ้างส่งลูกจ้างไปฝึกงาน 2,911 คน บริษัทจัดส่ง 22,410 คน และเป็นการเดินทางแบบ Re-Entry 45,646 คน โดยเดินทางไปทำงานที่ไต้หวันมากที่สุด 28,334 คน รองลงมา สาธารณรัฐเกาหลี และได้ระงับการเดินทางของผู้ที่จะลักลอบไปทำงานต่างประเทศทั้งสิ้น 2,503 คน ประเทศที่ระงับการเดินทางสูงสุด 5 อันดับ คือ เกาหลีใต้ 1,957 คน บาห์เรน 281 คน มาเลเซีย 89 คน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 50 คน รัสเซีย 15 คน ดังนั้น เพื่อป้องกันการถูกหลอกลวงและเสี่ยงต่อการถูกจับกุมดำเนินคดี ขอให้ไปทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10 หรือที่กองทะเบียนจัดหางานกลางและคุ้มครองคนหางาน กรมการจัดหางาน โทร 0-2245-6763, 0-2248-4792 หรือสายด่วน 1506 กด 2