ศาลพิพากษาเเก้ปรับจำเลย 1,2,13 ทัวร์ศูนย์เหรียญ 5 เเสน/คน ผิดพ.ร.บ.ธุรกิจนำเที่ยว

15.11.18 | 11:50 น.

เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน ที่ศาลอาญา รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในคดีที่อัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายสมเกียรติ คงเจริญ อายุ 58 ปี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฝูอัน ทราเวล จำกัด, นางธวัล แจ่มโชคชัย อายุ 60 ปี กรรมการผู้จัดการ, นายวสุรัตน์ โรจน์รุ่งรังสี อายุ 27 ปี กรรมการผู้จัดการ กับพวกรวม 13 คน ในความผิดฐานร่วมกันเป็นอั้งยี่ ร่วมกันประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่ได้รับค่าบริการ ร่วมกันประกอบธุรกิจนำเที่ยวกระทำการอันจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ร่วมกันประกอบธุรกิจนำเที่ยวหาประโยชน์ที่ไม่เป็นธรรมจากนักท่องเที่ยว ร่วมกันประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่ได้รับอนุญาต เเละฟอกเงิน


โดยอัยการโจทก์ยื่นฟ้องคดีเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2559 จากกรณีสืบเนื่องเมื่อระหว่างวันที่ 24 มีนาคม – 31 สิงหาคม 2559 ต่อเนื่องกัน บริษัท ฝูอัน ทราเวล จำกัด นำนักท่องเที่ยวชาวจีนเข้ามาโดยไม่มีค่าบริการ หรือที่เรียกว่าทัวร์ศูนย์เหรียญ จากนั้นบริษัท โอเอ ทรานสปอร์ต จำกัด ของจำเลยให้ใช้รถบัสจำนวน 2,500 คันรับนักท่องเที่ยวฟรี โดยเป็นผู้กำหนดแผนการเดินทางให้มัคคุเทศก์และผู้ขับขี่นำรถไปจอด ให้นักท่องเที่ยวแวะซื้อสินค้าจากร้านในเครือเดียวกับบริษัท โอเอ ทรานสปอร์ต จำกัด

ซึ่งสินค้าภายในร้านมีราคา แพงกว่าท้องตลาดหลายเท่า แสดงฉลากไม่ถูกต้อง ทำให้เกิด การขูดรีดนักท่องเที่ยว ไม่เกิดการแข่งขันเสรีทางการค้า ทำให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและภาพลักษณ์ของประเทศเสียหาย นอกจากนี้มีข้อมูลการโอนเงิน ระหว่างบริษัทพวกจำเลยจำนวนมาก มีการอำพรางแบ่งปันผลประโยชน์ โดยบริษัท โอเอ ทราน สปอร์ต จำกัด แบ่งปันผลประ โยชน์ให้บริษัททัวร์ 30-40 เปอร์ เซ็นต์ ให้มัคคุเทศก์ 3-5 เปอร์เซ็นต์ มีพฤติกรรมเป็นขบวนการ แบ่งหน้าที่กันทำ ปกปิดวิธีการอันมิชอบด้วยกฎหมายเพื่อให้ได้มาซึ่งเงินของนักท่องเที่ยวศูนย์เหรียญชาวจีน รวมมูลค่าความเสียหาย 98 ล้านบาทเศษ
คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง เมื่อวันที่25 สิงหาคม 2560 ต่อมาโจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือกันเเล้วเห็นว่า พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้องในความผิดฐานอั้งยี่ อีกทั้งพยานโจทก์ที่เป็นข้าราชการที่มีหน้าที่โดยตรงเกี่ยวกับการท่องเที่ยวยังให้ความเห็นเเตกต่างกันกับพยานโจทก์ที่เป็นในส่วนพนักงานสอบสวน พยานส่วนนี้จึงรับฟังได้มากกว่า ยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยมีความผิดฐานอั้งยี่ ส่วนเมื่อไม่เป็นความผิดฐานดังกล่าวการกระทำจึงไม่เข้าข่ายอั้งยี่ เเละไม่เข้าองค์ประกอบในความผิดฐานฟอกเงิน ให้ยกฟ้องใน2 ข้อหานี้ส่วนความผิด ตาม.พ.ร.บ.ธุรกิจนำเที่ยวเเละมัคคุเทศก์ มาตรา 24 เห็นว่าจำเลยที่ 1,2 เเละ13 กระทำผิดตามฟ้องให้ปรับคนละ 5 เเสนบาท

Advertisement