เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน ที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานคร พื้นที่ 3 พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานการแถลงข่าวเรื่อง พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) เงินทดแทน ฉบับที่ 2 พ.ศ.2561
พล.ต.อ.อดุลย์ แถลงว่า ตั้งแต่วันที่ 9 ธันวาคมนี้เป็นต้นไป พ.ร.บ.เงินทดแทน ฉบับที่ 2 พ.ศ.2561 จะมีผลบังคับใช้ โดยขยายความคุ้มครองไปถึงลูกจ้างของส่วนราชการ หรือองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไรทางเศรษฐกิจ จำนวน 1 ล้านคนทั่วประเทศ
“ในปีนี้ สปส.ได้กำหนดให้มีการแก้ไข พ.ร.บ.เงินทดแทน ฉบับที่ 2 พ.ศ.2561 ด้วยเหตุเพราะบทบัญญัติของเดิมบางประการไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของลูกจ้าง ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 9 ธันวาคมนี้เป็นต้นไป สำหรับสาระสำคัญของ พ.ร.บ.เงินทดแทนฯ ฉบับดังกล่าว จะขยายความคุ้มครองให้แก่ผู้ที่มีสถานะเป็นลูกจ้าง อาทิ คุ้มครองลูกจ้างของส่วนราชการ หรือองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไรทางเศรษฐกิจ จำนวน 1 ล้านคน เพิ่มค่ารักษาพยาบาลจากเดิม 2 ล้านบาท เป็นจนถึงสิ้นสุดการรักษา เพิ่มค่าฟื้นฟูจากเดิม 24,000 บาท เป็น 40,000 บาท เพิ่มค่าทำศพ 33,000 บาท เป็น 40,000 บาท เพิ่มค่าทดแทนจากเดิมร้อยละ 60 ของค่าจ้าง เป็นร้อยละ 70 ของค่าจ้าง โดยจ่ายตั้งแต่จากเดิมหยุดงาน 3 วัน เป็นตั้งแต่วันแรกที่เจ็บป่วย กรณีทุพพลภาพจากเดิม 15 ปี เป็นตลอดชีวิต และกรณีตาย จะจ่ายค่าทดแทนให้แก่ทายาทจากเดิม 8 ปี เป็น 10 ปี” พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าว
ส่วนประโยชน์ของนายจ้างนั้น พล.ต.อ.อดุลย์ แถลงว่า จะปรับลดการจ่ายเงินเพิ่มเข้ากองทุนเงินทดแทนเหลือร้อยละ 2 ต่อเดือน จากเดิมร้อยละ 3 และเงินเพิ่มต้องไม่เกินจำนวนเงินสมทบที่นายจ้างต้องจ่าย ในกรณีที่ประสบภัยพิบัติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานมีอำนาจลดการจ่ายเงินเพิ่ม ตลอดจนมีการเพิ่มช่องทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่ออำนวยความสะดวกในการยื่นและแจ้งเงินสมทบอีกด้วย
พล.ต.อ.อดุลย์ แถลงอีกว่า กระทรวงแรงงานเป็นหน่วยงานหลักในการเสริมสร้างความมั่นคง ให้ประชาชนของประเทศมีหลักประกันในชีวิต เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม มี สปส.เป็นหน่วยงานที่ขับเคลื่อนดูแลสิทธิประโยชน์แรงงานในระบบจำนวนประมาณ 12 ล้านคน และแรงงานนอกระบบประมาณ 22 ล้านคน ซึ่งปัจจุบัน สปส.มีทั้งกองทุนประกันสังคม และกองทุนเงินทดแทน
พล.ต.อ.อดุลย์ แถลงว่า สำหรับกองทุนประกันสังคม ประกอบด้วย เงินสมทบที่มาจากลูกจ้าง นายจ้าง และรัฐบาล เพื่อให้ความคุ้มครองกรณีประสบอันตราย เจ็บป่วย ทุพพลภาพ หรือตาย อันมิใช่เนื่องจากการทำงาน รวมทั้งกรณีคลอดบุตร สงเคราะห์บุตร ชราภาพ และว่างงาน ส่วนกองทุนเงินทดแทน เป็นเงินที่จ่ายในกรณีที่ประสบอันตรายในการทำงานให้กับนายจ้าง โดยนายจ้างเป็นผู้จ่ายเข้ากองทุนเงินทดแทน 480 บาทต่อคนต่อปี ให้ความคุ้มครองการจ่ายค่ารักษาพยาบาล ค่าฟื้นฟูสมรรถภาพในการทำงาน ค่าทำศพ จ่ายเงินทดแทนให้แก่ลูกจ้างแทนนายจ้าง เมื่อลูกจ้างประสบอันตราย หรือเจ็บป่วย ตาย หรือสูญหาย

