หน้าแรก ในประเทศ ราชวิทยาลัยสู...

ราชวิทยาลัยสูติฯ เปิด 4 ขั้นตอนตรวจภายใน ผิดจากนี้ร้องแพทยสภา เอาผิดได้

15.11.18 | 16:41 น.

ราชวิทยาลัยสูติฯ ชี้หากกรณีร้องแพทย์ข่มขืนระหว่างตรวจภายในจริง ถือว่าผิดมาตรฐาน ไร้บุคคลที่3 อยู่ ชงแพทยสภาสอบเอาผิดได้

เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน ศ.นพ.ภิเศก ลุมพิกานนท์ ประธานราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย กล่าวถึงกรณีโซเชียลฯมีการโพสต์ว่า มีหญิงสาวไปทำการตรวจภายในและถูกหมอข่มขืน เนื่องจากมีอวัยวะเพศชายสวมถุงยางเข้าสู่ช่องคลอด แม้จะถูกปฏิเสธว่าเป็นของปลอม ว่า ตนไม่ทราบข้อเท็จจริงเรื่องนี้ ว่าจริงๆเป็นอย่างไร แต่โดยหลักการทางการแพทย์จะมีขั้นตอนการตรวจภายในที่เป็นมาตรฐานชัดเจน ซึ่งหากแพทย์ฝ่าฝืน ถือว่าผิดมาตรฐาน ผู้เสียหายสามารถไปร้องต่อแพทยสภาได้ ซึ่งตามขั้นตอนแพทยสภาจะส่งเรื่องสอบถามมาตรฐานมายังราชวิทยาลัยสูติฯ เพื่อตั้งคณะกรรมการร่วมกัน แต่กรณียังไม่มีเข้ามา

ศ.นพ.ภิเศก กล่าวว่า ส่วนมาตรฐานจะประกอบไปด้วย 1.ก่อนทำการตรวจภายใน แพทย์สูตินรเวชจะต้องวินิจฉัยอาการก่อนว่า จำเป็นต้องตรวจภายในหรือไม่ 2.หากจำเป็นต้องตรวจ ก็จะแจ้งขั้นตอนต่างๆว่าจะต้องดำเนินการอย่างไร 3. สำคัญสุดต้องมีบุคคลที่ 3 ซึ่งเป็นผู้หญิงคอยอยู่ในกระบวนการตรวจภายใน เพราะนอกจากจะเป็นพยานให้แพทย์แล้ว ยังทำให้ผู้ถูกตรวจสบายใจ ซึ่งกรณีนี้หากไม่มีบุคคลที่ 3 ต้องยืนยันไม่รับการตรวจเด็ดขาด และ 4.ระหว่างตรวจต้องแจงขั้นตอนทุกครั้ง ทั้งเริ่มจากคนไข้ขึ้นเตียงที่เป็นขาหยั่ง จากนั้นตรวจภายนอกก่อนว่ามีความผิดปกติอะไรหรือไม่ และใช้เครื่องมือที่รู้จักดี คือ ปากเป็ด เพื่อสอดเข้าไปตรวจภายในดูผนังเยื่อบุมดลูกมีอาการอักเสบหรือไม่ ตรงนี้จะเห็นมดลูกด้วย จากนั้นใช้นิ้วในการตรวจ ซึ่งขั้นตอนเหล่านี้จะแจ้งให้คนไข้ทราบตลอด เพื่อให้คนไข้เตรียมพร้อม และเกิดความสบายใจขึ้น สุดท้ายมานั่งคุยกับแพทย์ว่ามีความผิดปกติอะไร หรือไม่ อย่างไร

“ขอย้ำว่าไม่ว่ารพ. หรือคลินิก ต้องปฏิบัติตามขั้นตอนทั้งหมด หากผิดจากนี้ถือว่าผิดมาตรฐาน ยิ่งเป็นแพทย์ หากถูกร้องเรียนก็จะเข้าสู่แพทยสภา ซึ่งก็ต้องมีการตรวจสอบทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งก็ต้องฟังทั้งแพทย์และคนไข้ เพื่อความเป็นธรรมทั้งหมด” ประธานราชวิทยาลัยฯ กล่าว

ด้าน นพ.ณัฐวุฒิ ประเสริฐสิริพงศ์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า กรณีที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องมาตรฐานสถานพยาบาล เบื้องต้นอาจไม่ใช่หน้าที่โดยตรงของ สบส. แต่จะชัดเจนในเรื่องส่วนบุคคล ดังนั้น อาจต้องเป็นแพทยสภา และเป็นเรื่องของคดีความ