เมื่อเวลา 02.30 น. วันที่ 16 พฤศจิกายน ที่ลานจอดรถด้านหน้าทางเข้ารอยัลซิตี้อเวนิวหรืออาร์ซีเอ พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รรท.ผบก.จร. พร้อมด้วย พ.ต.อ.รัชพล ชนะศรีขจร รองผบก.น.1 พ.ต.อ.ศารุติ แขวงโสภา รองผบก.ทท.1 พ.ต.อ.ฤทธี ปานดำ ผกก.สน.มักกะสัน เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ทท. บก.สปพ. บช.ปส. สตม. หน่วยรบพิเศษสยบไพรี หน่วยอรินทราช26 และ เจ้าหน้าที่ตำรวจสน.มักกะสัน ร่วมกันแถลงผลการเข้าปิดล้อม ตรวจค้นที่พัก ที่กิน ที่เที่ยว สถานบันเทิงและโรงงานต่างๆ ตามยุทธการ X-RAY OUTLAW FOREIGNER ครั้งที่ 25 จำนวน 262 จุดทั่วประเทศ ของชาวต่างชาติที่กระทำผิด over stay และหลบหนีเข้าเมืองอย่างผิดกฏหมาย สามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้ทั้งสิ้น 542 ราย แบ่งเป็น จับกุมข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยสิ้นสุดการอนุญาต จำนวน 48 ราย เป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาตจำนวน 262 ราย และจับกุมข้อหาอื่นๆจำนวน 232 ราย
พ.ต.อ.นิธิธร กล่าวว่า การดำเนินการกวาดล้างจับกุมชาวต่างชาติที่อยู่ในประเทศผิดกฎหมาย รวมถึงใช้ประเทศไทยเป็นแหล่งหลบซ่อนเพื่อเข้ามากระทำผิดในรูปแบบต่างๆ ซึ่งมีการดำเนินการมาแล้ว 39 ครั้ง มีตรวจค้นเป้าหมายไปแล้วกว่า 5,571 เป้าหมาย ทั่วประเทศ จับกุมผู้กระทำความผิดได้ทั้งหมด 4,773 คน ซึ่งมีการผลักดันและขึ้นบัญชีดำถาวรไปแล้วกว่า 3,500 ราย ในวันนี้เป็นการบูรณาการร่วมกันทั้งตำรวจภูธร ตำรวจนครบาล ตำรวจท่องเที่ยว 191 ตำรวจตม. โดยเน้นไปกลุ่มเป้าหมายแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง ซึ่งที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่มีการกวดขันจับกุมอย่างต่อเนื่องตลอด 2 ปีที่ผ่านมา จะเห็นว่าการดำเนินการมีผลการปฏิบัติอย่างดี ปัจจุบันปัญหาการจับกุมคนผิวสีหรือคนแอฟริกันแทบจะเป็นศูนย์ เพราะการเข้มงวดกวดขันของเจ้าหน้าที่
พ.ต.อ.นิธิธร กล่าวอีกว่า การดำเนินการในครั้งนี้เป็นการตรวจสอบแรงงานต่างด้าว ที่หลบหนีเข้าเมืองเป็นส่วนมาก ซึ่งจะมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าจำนวนผู้ที่ถูกจับกุมจะน้อยลงเรื่อยๆ นอกจากนี้ภายหลังจากการจับกุมก็จะทำการผลักดันออกนอกประเทศ ซึ่งที่ผ่านมามีการลักลอบหลบหนีกลับเข้ามาอีก แต่จากนี้ไปจะมีการนำระบบไบโอเมทริกซ์มาใช้ เพื่อช่วยในการตรวจสอบให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ป้องกันการเปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนนามสกุลและลักลอบเข้ามาใหม่

