ตามที่สังคมออนไลน์ใน จ.ชลบุรี มีการแชร์ คลิปเด็กชายคนหนึ่งอายุ 10 ปี ใส่ชุดลูกเสือ ซึ่งกำลังอยู่ในอาการโมโห ยืนกำหมัด มองหน้าชาย อายุ 62 ปี ที่นั่งอยู่ร้านขายหมูปิ้งริมถนน ใน อ.เมือง จ.ชลบุรี ที่ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามของโรงเรียนแห่งหนึ่ง ทั้งนี้เหตุการณ์ภายในคลิป นั้น แม่เด็กได้ออกมาพูดจาด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างดัง และห้ามปราม พร้อมกับบอกว่าลูกชายของตนเองนั้นเป็น คนนิสัยแบบนี้จะให้ทำยังไง ลูกชายผิดเอง ไม่ใช่พ่อ แม่อย่าเอาพ่อแม่ไปรวมด้วย แม่สั่งสอนแล้วแต่ลูกชายไม่ฟัง แล้วจะให้ทำยังไง จะฆ่ามันหรือไง ด้านชายสูงวัยคนดังกล่าวก็ได้ถามกลับมาว่า ถึงขนาดมึงจะให้กูกราบตีนมันเลยหรือไง ซึ่งเหตุการณ์หลังจากนั้น แม่ของเด็กชายคนดังกล่าว ก็ได้พยาม ดึงลูกชายให้ขึ้นรถจักรยานยนต์กลับบ้านไป
อ่านข่าวเพิ่มเติม
10 ขวบ อารมณ์ร้อน ยืนกำหมัดมองหน้าลุง 62 ปี แม่บอก ‘จะทำยังไงสอนแล้วมันเป็นอย่างนี้’
เกี่ยวกับเรื่องนี้ พญ. วิมลรัตน์ วันเพ็ญ รองผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่น
3.ถูกเฉยเมย อาจไม่ถูกอบรม แต่เลี้ยงดูมาจริง เติบโตมาได้ เพียงแต่เมื่อเกิดปัญหาก็จะไปตำหนิว่าอีก 4.ถูกบ่นมากเกินไป คือ ไม่ได้มีคำหยาบ ไม่ได้ดุด่า แต่บ่นตลอดเวลา เด็กก็จะดื้ออยู่ภายใน และ 5.การเลียนแบบจากสื่อสังคม จากสิ่งต่างๆ ซึ่งก็ต้องดูหลายอย่างประกอบกัน เพราะอย่างเด็กบางคนอาจมีอารมณ์ขึ้นรวดเร็วซึ่งอาจกำลังเครียดอยู่
“ข้อควรระวังคือ บางทีเด็กอาจมีความเครียด และอารมณ์ขึ้นมา แต่เด็กอาจไม่ได้มีปัญหาด้วยตัวเอง แต่พอเป็นข่าว เห็นข่าวซ้ำๆ เด็กเป็นผู้ถูกกระทำไปอีก คราวนี้เด็กก็มีปัญหาจริงๆ สิ่งสำคัญเด็กๆ รวมทั้งวัยรุ่น เป็นช่วงที่มีพลังงานมาก เราต้องแนะนำเขาให้รู้จักฝึกตนเอง พ่อแม่ผู้ปกครองต้องเป็นตัวอย่าง และต้องบอกเขาว่า เรารู้สึกโกรธได้ แต่ต้องไม่ก้าวร้าว ต้องรู้จักฝึกตัวเอง ควบคุมตัวเอง อย่างหันไปทำอย่างอื่น เล่นกีฬา ออกกำลังกายก็ช่วยได้หมด” พญ.วิมลรัตน์ กล่าว

ด้าน นพ.วรตม์ โชติพิทยสุนนท์ โฆษกกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า ในเรื่องของการเลี้ยงดู ซึ่งพ่อแม่ผู้ปกครองมีส่วนเกี่ยวข้องมาก คือ 1.เรื่องอารมณ์ เราต้องให้เขาสังเกตอารมณ์ตัวเองให้เป็นก่อน ว่า โกรธ เสียใจ หงุดหงิดเป็นอย่างไร ต้องทำให้เขารู้ว่าเวลาโกรธ ร่างกายจะเป็นอย่างไร เขากำหมัด เขาเสียงดัง และอารมณ์ช่วงนั้นทำให้เกิดผลอะไรบ้าง และแสดงให้เขาเห็นว่า การทะเลาะกัน หรือจะไปสู้กับใครจะเกิดอะไรขึ้น ต้องให้เขาตระหนักรู้ก่อน เพื่อนำไปสู่การควบคุมตัวเองได้
“2.การควบคุม หากเขาอารมณ์เย็นลงได้ก็จะดีมาก แต่หากไม่ได้ก็ให้เขารู้จักเบี่ยงเบนความสนใจ เช่น เดินหนีออกจากสถานการณ์นั้นๆ หรือกลับไปออกกำลังกาย เล่นกีฬา ไปอาบน้ำ เมื่อผ่านเหตุการณ์นั้นแล้วให้พวกเขาเล่าให้คนอื่นฟัง โดยเฉพาะพ่อแม่ผู้ปกครอง ซึ่งจะมีคำแนะนำ วิธีการจัดการต่างๆ ซึ่งตรงนี้หากเด็กทำได้ดี เราก็ต้องชมเขาว่าทำได้ดี แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ต้องสังเกตดีๆ ว่าหากเด็กบางคนมีพฤติกรรมแปลกไปจากเดิมอย่างรวดเร็ว เช่น ไม่เคยโกรธง่าย อยู่ๆก็โกรธง่าย อารมณ์ร้าย ก็ต้องค่อยๆหาสาเหตุ หากหาไม่ได้จริง ๆก็ต้องปรึกษาจิตแพทย์ดีที่สุด ที่สำคัญครอบครัวต้องเป็นแบบอย่างที่ดี” นพ.วรตม์ กล่าว

