ปลัด สธ.เผยแผน 5 ปี ใช้หมื่นล.เพิ่มเตียงผู้ป่วยลดความแออัดในโรงพยาบาลรัฐทั่วปท.

เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงช่วงที่ผ่านมาหลายครั้งมีการแชร์ภาพความแออัดในโรงพยาบาลรัฐ จนหลายครั้งพบญาติต้องมานอนเฝ้านอกอาคารโรงพยาบาล บ้างต้องกางมุ้งนอน จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางว่า เรื่องนี้ทางโรงพยาบาลรัฐในพื้นที่ต่างจังหวัดจะพบเห็นอย่างเสมอ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นญาติมาเฝ้าไข้ แต่ด้วยข้อจำกัดไม่มีพื้นที่ให้ทางญาติมานอนเฝ้าได้ การจะให้พวกเขาไปเช่าที่พักคงเป็นไปได้ยาก และทางโรงพยาบาลจะไม่อนุญาตก็คงทำไม่ได้เช่นกัน อย่างไรก็ตาม กรณีที่เกิดขึ้น ขณะนี้ สธ.อยู่ระหว่างวิเคราะห์ว่าโรงพยาบาลศูนย์ (รพศ.) โรงพยาบาลทั่วไป (รพท.) หรือโรงพยาบาลประจำจังหวัดจำเป็นต้องมีเตียงสำหรับผู้ป่วยมากน้อยแค่ไหนในแต่ละพื้นที่ เพื่อให้ภาพรวมทั้งประเทศมีเตียงผู้ป่วยเพียงพอในอัตราเฉลี่ย 2.5 ต่อพันประชากร หรือคิดเป็น 25 เตียงต่อประชากร 10,000 คน เพื่อให้เหมาะสมกับจำนวนผู้ป่วย และเพิ่มพื้นที่มากขึ้น

“ในแต่ละพื้นที่จะมีอัตราการครองเตียงไม่เท่ากัน ดังนั้นจึงต้องพิจารณาอย่างละเอียด แต่เบื้องต้นภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีมากกว่า ซึ่งอาจต้องเพิ่มเตียงผู้ป่วยในพื้นที่อีสานมากขึ้น โดยการเพิ่มสัดส่วนเตียงผู้ป่วยนั้นจะอยู่ในแผนงานกระทรวงระยะยาว 5 ปี ต้องใช้งบประมาณต่อเนื่องรวมทั้งสิ้นน่าจะราวหมื่นล้านบาท ซึ่งส่วนหนึ่งอาจต้องขอเป็นงบลงทุนสิ่งก่อสร้างในการสร้างตึกและเพิ่มเตียง และอีกส่วนอาจเป็นการใช้งบจากความร่วมมือระหว่างรัฐบาลและเอกชน (Public Private Partnership)” นพ.โสภณกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่าเพราะเหตุใดจึงจะเพิ่มเตียงในสัดส่วน 2.5 ต่อพันประชากร ปลัด สธ.กล่าวว่า ปัจจุบันไทยมีสัดส่วนเตียงเฉลี่ย 2.2 ต่อพันประชากร ขณะที่ประเทศพัฒนาแล้วจะมีเตียงผู้ป่วยถึง 10 ต่อพันประชากร

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon