“ปริญญา” แนะถาม “พลังประชารัฐ” ปมทางเลียบเจ้าพระยา ชี้ถ้าเป็นยุคปชต. ทำไม่ได้ ผู้มีสติปัญญาค้านหมด
เมื่อวันที่16 พฤศจิกายน ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร. มูลนิธิศิลปวัฒนธรรมภาคประชาชน สมาคมอนุรักษ์ศิลปกรรม และสิ่งแวดล้อม ,กลุ่มเพื่อนแม่น้ำและสมัชชาแม่น้ำ จัดเสวนา “แม่น้ำเจ้าพระยาที่รัก” มีผู้สนใจเข้าร่วมงานจำนวนมาก โดยประเด็นสำคัญเกี่ยวข้องกับการวิพากษ์วิจารณ์การผลักดันสร้างทางเลียบริมแม่น้ำเจ้าพระยา
ในตอนหนึ่ง. ผศ.ดร. ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า โครงการนี้ ถ้าอยู่ในยุคประชาธิปไตย เชื่อว่าไม่สามารถสร้างได้ ในช่วงเวลาก่อนการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น ควรถามพรรคการเมืองต่างๆ ว่ามีความเห็นกับโครงการนี้อย่างไร เริ่มจากพรรคพลังประชารัฐก่อนเป็นพรรคแรก สำหรับในมุมกฎหมาย โครงการใหญ่ๆ ที่ดำเนินการโดยภาครัฐ ต้องสอบถามความเห็นของประชาชน แม้โครงการนี้อ้างว่าทำแล้ว แต่ก็ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า มีกระบวนการดังกล่าวจริงหรือไม่
“คนไทยตั้งบ้านเรือน วัด ชุมชน ริมน้ำทั้งสิ้น หลังแผนพัฒนาเศรษฐกิจ ปี 2504 รัฐบาลเปลี่ยนมาพัฒนาบก คนใช้รถยนต์ แม่น้ำกลายเป็นหลังบ้าน นี่คือจุดเริ่มต้นของหายนะ เพราะอะไรที่อยู่หลังบ้านคือโยนทิ้ง นายกฯ ทุ่มเจ็ดพันล้าน บอก 2 ปีน้ำต้องใส ถามว่าจะยั่งยืนไหม มีวิธีการฟื้นฟูแบบไม่ต้องใช้เงินไหม จริงๆธรรมชาติจัดการอยู่แล้ว แต่เราต้องหยุดทิ้งขยะ. ใช้เวลา 2 ปีเท่ากัน แม่น้ำกลับมาใส ไม่ต้องใช้แม้แต่บาทเดียว
สำหรับการสร้างทางเลียบริมเจ้าพระยา ถามว่าอยู่ตรงไหนของอารยธรรมมนุษยชาติ ผมมองว่าทางเลียบแบบนี้ไกลสุดแค่ยุคอุตสาหกรรม สิ่งที่ต้องทำไม่ใช่สิ่งนี้ ต้องทำวิธีอื่นถ้าต้องการให้คนเข้าถึงแม่น้ำเจ้าพระยา”. ผศ.ดร.ปริญญากล่าว
ผศ.ดร. ปริญญายังกล่าวด้วยว่า โครงการนี้ผู้มีสติปัญญาในบ้านเมืองค้านกันหมด ทั้งด้านสถาปัตย์ ผังเมือง สิ่งแวดล้อม ตนเชื่อว่า รัฐอยากทำโครงการนี้ แต่คิดว่าเกิดไม่ได้ ถ้าประชาชนไม่ยอม เพราะในช่วง 4 มานี้เท่าที่สังเกตดู พบว่า ถ้าประชาชนพูดพร้อมๆกันรัฐบาลก็ถอย จุดอ่อนของรัฐบาลในการเมืองแบบนี้ คือไม่มีฝ่ายค้าน ไม่มีอำนาจบริหาร นิติบัญญัติ ตุลาการ มีมาตรา 44 เป็นหมดทุกอย่าง ทำอะไรก็ไม่ผิด แต่จุดอ่อนก็มี บทเรียนในอดีตก็เห็นอยู่ ว่าเผด็จการต่อให้อำนาจมากแค่ไหน แต่ถ้าประชาชนลุกฮือมาประท้วง ไม่เคยมีใครรอด

