สัญลักษณ์รูป “เสือดำ” บ่งบอกฝ่าย เป็นโลโก้ของ “สันติบาล” หน่วยข่าวด้านความมั่นคงสีกากี หน่วยเก่าแก่ที่เกิดมาคู่กับตำรวจไทย
17 พฤศจิกายน นี้ กองบัญชาการตำรวจสันติบาล ครบรอบ 86 ปี ก้าวสู้ปีที่ 87 ภายใต้การนำ ของ “พล.ต.ท.สราวุฒิ การพานิช” ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล
ก่อเกิด “กรมตำรวจภูบาล” ในปี 2473 ออกแบบให้มีอำนาจตามกฎหมายเสมือนกัน และให้เจ้ากรมมีอำนาจออกกฎหมายค้นบ้านเรือน หมายเรียกได้ตามกฎหมายทั้งในและนอกเขตกรุงเทพมหานคร ต่อมาวันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ.2475 มีพระบรมราชโองการในพระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาประชาธิปก พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยสภาผู้แทนราษฎรถวายคำปรึกษาว่า สมควรจัดวางโครงการกรมตำรวจขึ้นใหม่ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนชื่อ “กรมตำรวจภูธร” เป็น “กรมตำรวจ” โดยแบ่งกิจการออกเป็น 4 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 กองบังคับการ ส่วนที่ 2 ตำรวจนครบาล ส่วนที่ 3 ตำรวจภูธร และ ส่วนที่ 4 ตำรวจสันติบาล มีหน้าที่เป็นกำลังช่วยเหลือ ตำรวจนครบาลและตำรวจภูธร
“กองตำรวจสันติบาล” จึงก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ.2475 เป็นต้นมา กระทั่งยกระดับเป็น “กองบัญชาการตำรวจสันติบาล” ถึงปัจจุบัน
“สันติบาล” เป็นหน่วยงานที่มีบทบาทและภารกิจหลักในการถวายความปลอดภัยพระมหากษัตริย์ พระราชินี พระบรมวงศานุวงศ์ ผู้แทนพระองค์ และพระราชอาคันตุกะ
มีหน้าที่ดำเนินการเกี่ยวกับการข่าวกรองบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่มีพฤติการณ์เป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ
รวมทั้งรักษาความปลอดภัยของบุคคลสำคัญและสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของประเทศ
พล.ต.ท.สราวุฒิ ย้ำว่า ทั้ง3 ด้านเป็นภารกิจที่กองบัญชาการตำรวจสันติบาลต้องตระหนักและเตรียมพร้อมอยู่เสมอ จะเกิดความผิดพลาดไม่ได้

“สันติบาล” ยุคผู้บัญชาการวู้ดดี้ “พล.ต.ท.สราวุฒิ” ชูวิสัยทัศน์ “เป็นเลิศด้านข่าวกรอง ปกป้องสถาบัน”
31ปี ตั้งแต่ ร.ต.ต.ถึง พล.ต.ท.โลดโผนในหน่วยสันติบาล “พล.ต.ท.สราวุฒิ” ลูกหม้อสันติบาล ให้คำมั่น ปฏิบัติหน้าที่บริหารราชการอย่างเต็มกำลังความสามารถ เป็นผู้นำหน่วยนำความรู้ประสบการณ์ที่ได้รับต่อยอดพัฒนา และถ่ายทอดให้กับหน่วยอย่างต่อเนื่องในทุกๆ ด้าน เพื่อให้ตำรวจสันติบาลมุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่ ในความรับผิดชอบของตน เพื่อดำรงไว้ ซึ่งความมั่นคงของสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ให้สมกับการเป็น “สันติบาลมืออาชีพ” เพื่อให้เป็นที่ยอมรับของประชาคมข่าวและเป็นที่ไว้วางใจจากผู้บังคับบัญชาระดับสูง
ก้าวย่างสู่ปีที่ 87 “ผู้นำองค์กร” ถือธงนำขับเคลื่อนให้ทุกหน่วยในสังกัดมุ่งเน้นพัฒนาบุคลากร และกระบวนงานการข่าวให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
บก.ส.1 รับผิดชอบงานการข่าวการต่อต้านข่าวกรอง งานปฏิบัติการด้านข่าวสารงานกรรมวิธีข่าวกรอง
บก.ส.2 รับผิดชอบงานข่าวกรองต่างประเทศ ต่อต้านก่อการร้ายและอาชญากรรมข้ามชาติ
บก.ส.3 รับผิดชอบงานการถวายความปลอดภัยองค์พระมหากษัตริย์ พระบรมวงศานุวงศ์ และรักษาความปลอดภัยบุคคล สถานที่สำคัญของประเทศ มีชุดปฏิบัติการพิเศษเสือดำ “Black Tiger” ที่ผ่านการฝึกทักษะทั้งด้านการใช้อาวุธ การต่อสู้ป้องกันตัวเพื่อปฏิบัติหน้าที่อารักขาบุคคลสำคัญ
บก.ส.4 รับผิดชอบงานด้านการวิเคราะห์ข่าว
ศูนย์พัฒนาการข่าว รับผิดชอบการจัดฝึกอบรม เพิ่มประสิทธิภาพบุคลากรด้านการข่าว ฝึกอบรมการอารักขาและรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญและสถานที่
จุดมุ่งหมายคือปฏิบัติภารกิจสำคัญให้ลุล่วง 3 ประการ
1. การถวายความปลอดภัย ปกป้อง และพิทักษ์รักษาไว้ ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ ให้ถือว่าเป็น ภารกิจสำคัญสูงสุดให้การปฏิบัติเป็นไปด้วย ความเรียบร้อยและสมพระเกียรติ โดยใช้กรรมวิธีข่าวกรองให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
2. การร่วมทำกิจกรรมจิตอาสา “เราทำความดีด้วยหัวใจ” ตำรวจสันติบาล ทุกนายได้ร่วมแรงใจเข้าทำกิจกรรมจิตอาสาด้วยหัวใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความจงรักภักดี
3. งานอารักขาและรักษาความปลอดภัยบุคคล สถานที่สำคัญของประเทศ เสริมสร้างขีดความสามารถในการป้องกันภัยคุกคามต่อความมั่นคงของชาติ โดยเฉพาะด้านสถาบัน ด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม อาชญากรรม การก่อการร้าย รวมถึง ยาเสพติด และแสวงหาความร่วมมือในการบูรณาการและประสานการปฏิบัติกับหน่วยงานด้านการข่าวและความมั่นคงทั้งภายในและภายนอกประเทศ
ตั้งแต่อดีตที่ผ่านมา เมื่อพูดถึง “สันติบาล” การข่าวที่เฉียบคม น่าเกรงขาม คือชื่อเสียง เป็นกลไกด้านการข่าวของสำนักงานตำรวจแห่งชาติและรัฐบาล ในการหาข่าว ประเมิน รับมือสถานการณ์ต่างๆ
ทว่าต้องจับตาก้าวย่างสันติบาล ปีที่ 87 ความท้าทายในยุคไทยแลนด์ 4.0 และโลกดิจิตอลที่ข้อมูลข่าวสารหลั่งไหล ฉับไว สันติบาลจะยังคงความคมเฉียบ และเป็นหน่วยข่าวชั้นเลิศหรือไม่ ต้องติดตาม!!




