เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 19 พฤศจิกายน ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค พากลุ่มคนขับรถสามล้อกว่า 100 รายที่เข้าร่วม “โครงการสามล้อเอื้ออาทร” ของกรมการขนส่งทางบกเดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.ธงชัย โตเจริญ รอง สว.(สอบสวน) กก.1 บก.ป.ว่าถูกกรรมการและผู้จัดการสหกรณ์จักรเพชร ผู้จัดการธนาคารออมสินสาขาเยาวราช และสาขาสยามพารากอน ปล่อยสินเชื่อไม่เป็นธรรม ทำให้เป็นหนี้สินเกินราคาสินค้า มีผู้เสียหายไม่น้อยกว่า 115 ราย เป็นหนี้ระหว่าง 685,000-880,000บาท
นางสารีกล่าวว่า สืบเนื่องจากวันที่กรมขนส่งทางบกจัดโครงการดังกล่าว ซึ่งเป็นการจัดครั้งที่ 2 ทางสหกรณ์จักรเพชรได้มาเสนอขายรถสามล้อในราคา 3 แสนบาท คนขับรถสามล้อทุกคนจึงจองรถและให้สหกรณ์พาไปกู้เงินกับ ธ.ออมสินสาขาเยาวราช และพารากอน ในจำนวน 4-5 แสนบาท ซึ่งโอนเข้าบัญชีของสหกรณ์ และคนขับรถสามล้อต้องทำสัญญากู้เงินจากสหกรณ์อีก 330,000-380,000 บาท ทำให้แต่ละรายเป็นหนี้กว่า 7 แสนบาท จากการทำสัญญาซ้อน 2 ครั้ง จนทำให้คนขับรถสามล้อถูกฟ้องร้อง นอกจากนี้ราคาสินค้ารถ 3 ล้อยังมีราคาไม่เกิน 200,000 บาท เป็นเครื่องยนต์ 2 สูบของจีนแดงไม่เหมือนที่โฆษณาไว้ว่าเป็นเครื่องยนต์ 3 สูบยี่ห้อไดฮัทสุ ของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งอาจเข้าข่ายหลอกลวงขายสินค้า รวมถึงทางผู้ให้สินเชื่อที่ไม่ได้สอบถามความประสงค์ของกลุ่มผู้เสียหายก่อน ซึ่งผู้เสียหายเข้าใจว่าเป็นการกู้ไฟแนนซ์เพื่อนำเงินมาซื้อรถ 3 ล้อ โดยไม่ทราบว่าตนกู้ไปเท่าไหร่ และเจ้าหน้าที่ให้ลงชื่อส่วนไหนก็ลงชื่อตาม ซึ่งอาจเข้าข่ายหลอกลวงให้ทำสัญญาโดยไม่แจ้งข้อเท็จจริงอันควรแจ้ง และเข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน
นางสารีกล่าวต่อว่า โครงการสามล้อเอื้ออาทร เคยจัดขึ้นแล้ว 1 ครั้ง ซึ่งในครั้งแรกผู้กู้ซื้อรถก็ทำสัญญากับธนาคารออมสินเหมือนในครั้งนี้ และสหกรณ์จักรเพชรไม่ใช่คนดำเนินการ ธนาคารน่าจะทราบตั้งแต่ต้นว่าสามารถให้กู้ในลักษณะนี้ และผ่อนโดยไม่มีปัญหา ซึ่งคนขับรถสามล้อที่ถูกฟ้องร้องได้รับความเดือดร้อนมาก เพราะต้องไปขึ้นศาลที่ภูมิลำเนา หยุดงาน และไม่มีรายได้ จึงอยากฝากคำถามไปถึงกรมขนส่งทางบกว่า ทำไมถึงอนุญาตให้มีเพียงผู้ประกอบการรายเดียวเอารถตุ๊กตุ๊กไปโชว์ภายในงาน และรับจัดหารถเพียงรายเดียวได้
นางสารีกล่าวต่ออีกว่า นอกจากนี้ทางมูลนิธิยังได้รับเรื่องร้องเรียนจากเจ้าของรถเมล์ร่วมบริการสาย 1 สาย 17 และสาย 75 ว่าหลังจากติดต่อกู้เงินกับสหกรณ์ แต่ถูกธนาคารออมสินฟ้องร้องให้ชำระคืนเงินกู้ ซึ่งสหกรณ์ได้ให้เจ้าของรถเมล์ร่วมบริการกู้เงิน 50,000-100,000 บาท เพื่อมาซ่อมรถแต่ต้องทำสัญญาเงินกู้กับธนาคารออมสินสาขาเยาวราชโดยไม่ทราบว่ากู้เท่าไหร่ แต่ถูกธนาคารฟ้องให้ชำระหนี้จากการทำสัญญาเงินกู้ถึง 500,000 บาท อีกทั้งยังมีเจ้าของรถเมล์ร่วมบริการสาย 39 ที่ติดต่อซื้อรถเมล์สาย 39 พร้อมสัมปทานรถร่วมบริการกับบริษัท หลีกภัยขนส่ง จำกัด โดยทำสัญญาเช่ารถร่วมบริการกับบริษัทดังกล่าว เมื่อวางเงินดาวน์แล้วบริษัทให้ผู้กู้นำญาติมาทำสัญญากู้ยืมรวม 3 คน และอ้างว่าจะได้เงินรายละ 500,000 ราย รวมเป็น 1.5 ล้านบาท และแนะนำให้ไปกู้เงินกับธนาคารออมสินสาขาเยาวราช แต่ธนาคารกลับให้ไปทำสัญญากู้ยืมที่สหกรณ์ และธนาคารให้เซ็นยินยอมส่งมอบให้สหกรณ์ หากไม่ยอมจะไม่ให้กู้ เมื่อยอมเซ็นเอกสารตามที่บอก ต่อมาทราบว่าสหกรณ์ส่งมอบเงินให้บริษัทดังกล่าวแค่ 1 ล้านบาท และเก็บเงินไว้เอง 5 แสน ทั้งผู้กู้ยังต้องส่งเงินค่างวดให้กับบริษัทรถยนต์ ซึ่งทั้ง 2 กรณีไม่มีผู้กู้รายใดได้เงิน และสัญญากู้เงินคู่ฉบับจากธนาคาร ต่อมาจึงทราบว่าสหกรณ์จักรเพชรไม่ได้นำเงินค่างวดให้กับธนาคารออมสินเลย
เบื้องต้นทางพนักงานสอบสวนได้รับเรื่องไว้พร้อมส่งต่อให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการต่อไป

