‘อัจฉริยะ’ ลั่นถ้าหมอสูติฯละเมิดคนไข้จริงภัยสังคม ไม่ควรอยู่ เย็นนี้ลงพ.ท.พิสูจน์

20.11.18 | 13:15 น.

จากกรณีเพจ “ทนายนิด้า” เผยแพร่เรื่องหมอข่มขืนคนไข้สาวขณะเข้ารับการตรวจภายในที่คลินิกแห่งหนึ่งใน จ.นครสวรรค์ โดยหมอได้อ้างกับสาวผู้เสียหาย วัย 29 ปี เป็นคนไข้ว่า ได้ใช้ของปลอมสอดใส่อวัยวะเพศเพื่อปลุกอารมณ์ทางเพศ เพื่อเวลาตรวจจะได้ไม่เจ็บ ต่อมาผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองนครสวรรค์ ขณะเดียวกันหมอคนดังกล่าวได้พยายามขอไกล่เกลี่ยโดยโอนเงินให้ผู้เสียหาย 3 แสนบาท แลกกับการไม่ดำเนินคดี จนกระทั่งตำรวจออกหมายเรียก นพ.จักรพงษ์ ลีลาพร อายุ 53 ปี แพทย์สูตินรีเวช ให้มารับทราบข้อกล่าวหา


เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เปิดเผยความคืบหน้าจากกรณีเพจ “ทนายนิด้า” เผยแพร่เรื่องหมอข่มขืนคนไข้สาวขณะเข้ารับการตรวจภายในที่คลินิกแห่งหนึ่งใน จ.นครสวรรค์ โดยหมออ้างกับสาวผู้เสียหาย วัย 29 ปี เป็นคนไข้ว่า ได้ใช้ของปลอมสอดใส่อวัยวะเพศเพื่อปลุกอารมณ์ทางเพศ เพื่อเวลาตรวจจะได้ไม่เจ็บ ต่อมาผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองนครสวรรค์ ขณะเดียวกันหมอคนดังกล่าวได้พยายามขอไกล่เกลี่ยโดยโอนเงินให้ผู้เสียหาย 3 แสนบาท แลกกับการไม่ดำเนินคดี จนกระทั่งตำรวจออกหมายเรียก นพ.จักรพงษ์ ลีลาพร อายุ 53 ปี แพทย์สูตินรีเวช ให้มารับทราบข้อกล่าวหา ว่าตนพร้อมทีมแพทย์ และกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) จะเดินทางไป จ.นครสวรรค์ เพื่อไปดูหลักฐานประมาณ 2-3 ชิ้น หลังมีเหยื่อรายหนึ่งอ้างว่าถูกหมอคนดังกล่าวเคยล่วงละเมิดทางเพศ โดยการเลียอวัยวะเพศ ดูดนม จะดูว่ามีบันทึกยอมความกันหรือไม่ ถ้ามีสามารถนำมาประกอบรวบรวมพยานหลักฐานบางอย่างได้ ทั้งข้อความแชตทางไลน์ การโอนเงินจำนวน 3 แสนบาท โดยให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ถ้าหากหมอทำผิดตนจะเป็นคนรับหน้าที่ในการดำเนินคดี ตนมองว่าเป็นการใช้เทคนิคทางการแพทย์มาฉวยโอกาศล่วงละเมิดทางเพศเหยื่อ คงไม่ปล่อยให้หมอลอยนวล แต่ถ้าหมอบริสุทธิ์คนที่ทำต้องรับผิดชอบ

ผู้สื่อข่าวถามว่ามีอะไรที่แย้งกับการให้ข้อมูลของผู้เสียหาย นายอัจฉริยะกล่าวว่า ยังตอบไม่ได้เพราะเท่าที่ทราบมามีส่วนของเจ้าหน้าที่ที่ไปมีส่วนเกี่ยวข้องในการแบ่งเงินเพื่อยอมความด้วย สมมุติมีการจ่ายเงิน จำนวน 8 หมื่นบาท เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่วนแบ่งไป 4 หมื่น เราจะไปดูว่าจริงหรือไม่ โดยเหยื่อยืนยันว่าได้เงินมาไม่ครบ ถ้าทำจริงถือว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจทำไม่ถูกต้อง ถือเป็นการยื่นข้อเสนอให้เป็นการยอมความไป

ผู้สื่อข่าวถามต่ออีกว่า ก่อนหน้านี้ชมรมได้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับหมอว่าเคยไปพัวพันกับทางผู้เสียหายที่อาจจะเป็นความขัดแย้ง หรืออาจจะเกิดการแบล็คเมล์ นายอัจฉริยะกล่าวว่า ลักษณะข้อความที่ได้รับทางแชตไลน์หรือข้อความต่างๆ เป็นเหมือนกับว่าหมอกับคนไข้สนิทสนมถึงขั้นเป็นทางชู้สาวกันมากกว่า ลักษณะหมอบอกว่าจะดูแลจนชั่วชีวิต เป็นข้อความที่ระหว่างหมอกับคนไข้ที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ รวมถึงมีการซื้อของจากต่างประเทศมาฝาก ดูแล้วห่วงใยเกินระหว่างหมอกับคนไข้ รวมถึงมีการโอนเงิน จำนวน 3 แสนบาท ทางเราจะตรวจสอบว่าทำไมต้องโอนให้ถ้าตัวเองไม่ได้ทำผิด

Advertisement

“ผมจะไปดูช่วงเย็นวันนี้ โดยวันนี้ทีมแพทย์ของชมรมจะเดินทางไปดูบาดแผลของเหยื่อที่มีการกล่าวอ้าง ผู้เสียหายขณะนี้มีประมาณ 3 ราย เรื่องที่หมอใช้นิ้วกับอวัยวะเพศเพื่อตรวจภายใน เป็นเรื่องเทคนิคทางการแพทย์รวมถึงหมอจับเต้านมด้วย จากที่มีปัญหาไม่เคยเห็นเกิดขึ้นกับหมอสูตินรีเวชผู้หญิง แต่ที่มีปัญหาเกิดขึ้นเฉพาะหมอสูตินรีเวชชาย แล้วการที่เราจะจับหมอสักคนต้องชัดเจน ถ้าเขาอ้างเรื่องเทคนิคทางการแพทย์เราก็ทำอะไรไม่ได้ แต่หากมีการเลียอวัยวะเพศ ดูดนม มันไม่ใช่เทคนิคทางการแพทย์ แต่เป็นการล่วงละเมิดทางเพศและผิดศีลธรรม อย่างนี้ก็ต้องดำเนินคดี ถึงเหตุการณ์จะเกิดขึ้นปี 2559 ก็สามารถดำเนินคดีได้ เพราะเพิ่งรู้ว่าไม่ใช่การรักษาทางการแพทย์” นายอัจฉริยะกล่าว

เมื่อถามต่อว่าข้อความแชตที่แสดงถึงความสนิทสนมระหว่างหมอกับคนไข้วัย 29 ปี ตรงนี้ได้มาจากทางไหน นายอัจฉริยะกล่าวว่า ได้จากผู้เสียหาย ตรงนี้ไม่ใช่สาระสำคัญ ตนเพียงนำมาประกอบ การที่เราจะดูใครผิดใครถูกต้องดูองค์ประกอบเรื่องการตรวจร่างกายและอะไรหลายๆ อย่าง โดยเฉพาะเงินจำนวน 3 แสนบาท เจตนาโอนเพื่อต้องการให้ยอมความในคดีอาญา แต่ในเรื่องศีลธรรม จริยธรรม ถ้าหมอเคยทำกับบุคคลอื่นหมอแบบนี้ก็ไม่ควรจะอยู่ เพื่อไม่ให้เป็นภัยสังคม

“นโยบายผมคือไม่ได้ช่วยหมอ ผมจะช่วยเหลือคนตกเป็นเหยื่อซึ่งมันต่างกัน หมอมีเงินเยอะที่จะจ้างทนายความชั้น 1 เหยื่อเป็นผู้หญิงแทบจะไม่มีทางต่อสู้กับทางการแพทย์ จุดมุ่งหมายของผมคือช่วยเหลือถ้าถูกละเมิดจริง” นายอัจฉริยะกล่าว