เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน นพ.ณัฐวุฒิ ประเสริฐสิริพงศ์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีแพทย์ในสังกัด สธ.กระทำอนาจารคนไข้ระหว่างตรวจภายในที่คลินิกส่วนตัวในพื้นที่ จ.นครสวรรค์ ว่า สบส.ได้มอบอำนาจให้กับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) นครสวรรค์ ดำเนินการตรวจสอบในเรื่องนี้ และ สบส.จะเป็นพี่เลี้ยงกรณีที่ สสจ.นครสวรรค์ ร้องขอให้ช่วยเรื่องข้อกฎหมาย ซึ่งในกรณีนี้ สบส.จะเกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ.2541 เพียงประเด็นเดียว คือ เรื่องไม่ได้ควบคุมกำกับให้เกิดความปลอดภัยในการให้บริการ ส่วนประเด็นอื่นจะเป็นเรื่องการเข้าข่ายความเสียหายส่วนบุคคลที่อาจเป็นคดีอาญา ดังนั้นต้องไปฟ้องร้องกันในชั้นศาล
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการตั้งข้อสงสัยว่าจะต้องทำการปิดคลินิกดังกล่าวหรือไม่ เพราะอาจไม่ได้มาตรฐาน นพ.ณัฐวุฒิ กล่าวว่า ต้องเป็นดุลยพินิจของนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (นพ.สสจ.) นครสวรรค์ เพราะมีการแบ่งการดูแลเป็นพื้นที่ โดย สบส.จะดูแลเฉพาะเขตกรุงเทพมหานคร ยกเว้นกรณีที่ต่างจังหวัดร้องขอให้ สบส.เป็นพี่เลี้ยงให้คำแนะนำ แต่จากการหารือกันเบื้องต้น ในเรื่องของมาตรฐานความปลอดภัยคลินิกนั้น จังหวัดได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนแล้ว ซึ่งต้องนำเรื่องเข้าสู่การสอบสวนเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย แต่ สบส.ยังไม่ได้รับการรายงานผลกการตรวจสอบแต่อย่างไร
เมื่อถามถึงกรณีไม่มีบุคคลที่ 3 ระหว่างการตรวจภายใน ถือว่าผิดมาตรฐานสถานพยาบาลหรือไม่ นพ.ณัฐวุฒิ กล่าวว่า มาตรฐานของคลินิกแต่ละประเภท แตกต่างกัน เรื่องบุคคลที่ 3 ก็คือผู้ช่วยแพทย์
“แต่ในลักษณะการทำงานของคลินิกอาจจะมีการเดินเข้า เดินออก เพราะมีภาระหน้าที่มาก แต่สำหรับคลินิกนรีเวช ในระหว่างการตรวจภายในนั้น จะต้องมีบุคคลที่ 3 หรือมีผู้ช่วยแพทย์ที่เป็นผู้หญิงคอยอยู่กับแพทย์ขณะตรวจภายในห้องเสมอ เรื่องนี้ถือเป็นมาตรฐาน หากไม่มีก็ถือว่าไม่เหมาะสม และต้องมีการปรับ เรื่องนี้ สสจ.จะต้องเข้าไปตรวจสอบในพื้นที่จะเห็นข้อมูลที่รอบด้าน ส่วนเรื่องการลวมลามหรือกระทำอนาจารคนไข้ ก็เป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องสืบสวนหาข้อเท็จจริงต่อไป” นพ.ณัฐวุฒิ กล่าว
ด้าน ทพ.อาคม ประดิษฐสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ สบส.กล่าวว่า สำหรับมาตรฐานการเปิดคลินิกนั้น หลักๆ คือ 1.ต้องมีสถานที่ชัดเจน ถ้าคลินิกมีสัญญาเช่าก็ต้องมีสัญญาเช่ามาตรวจสอบ 2.คลินิกต้องมีการจัดบริการสถานที่ ให้เป็นไปตามมาตรฐาน โดยเฉพาะคลินิกต้องจัดให้มีผู้ดำเนินการคอยดูแลความเรียบร้อยให้เป็นไปตามมาตรฐาน 3.ต้องมีผู้ประกอบวิชาชีพร่วมในการให้บริการ และ 4.เจ้าหน้าที่ต้องไปตรวจสอบสถานที่ว่ามีมาตรฐานหรือไม่ ก่อนนำสู่กลไกการอนุญาตต่อไป เป็นต้น อย่างไรก็ตาม สถานพยาบาลที่จะทำการตรวจภายในต้องมีบุคคลที่ 3 เสมอ เพราะถือเป็นมาตรฐานสถานพยาบาล หากไม่มีก็ไม่เหมาะสมซึ่งการตัดสินก็ต้องเป็นอำนาจของพื้นที่

