จับแอดมินเพจ ‘Life of car BKK’ ชวนซุปเปอร์คาร์ซิ่งบนทางด่วน เจ้าตัวขอโทษ

21.11.18 | 14:55 น.

จราจรแถลงจับแอดมินเพจ “Life of car BKK” ชวนซุปเปอร์คาร์แข่งรถบนทางด่วน เจ้าตัวขอโทษสังคม ไม่คิดว่าจะทำให้เดือดร้อน


เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน ที่กองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.)​ พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รรท.ผบก.จร. ร่วมกับการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) บริษัททางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM)​ และบริษัท​ทางยกระดับ​ดอนเมือง (โทลล์เวย์)​ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.จร. แถลงผลการ​จับกุม นายจิรวัชร์ จิตติมานะสัจจะ อายุ 23 ปี แอดมินเพจ Life of car BKK ในข้อหาเป็นผู้สนับสนุนส่งเสริมให้มีการแข่งขันรถในทางโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากเจ้าพนักงานจราจร หลังมีประชาชนร้องเรียนว่า มีการรวมตัวแข่งรถยนต์หรูซุปเปอร์คาร์ บริเวณจุดพักรถปั๊มน้ำมัน ปตท. หลังด่านเก็บเงินทางด่วนประชาชื่นเป็นประจำ

พ.ต.อ.นิธิธรกล่าวว่า ภายหลังรับข้อร้องเรียนจากประชาชนแล้ว เจ้าหน้าที่จึงได้ลงพื้นที่รวบรวมพยานหลักฐานจนพบว่ามีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริงตามที่ได้รับแจ้งไว้ และสืบทราบพบว่ามีเพจเฟซบุ๊ก ชื่อ “Life of car BKK” ที่มีนายจิรวัชร์ โพสต์คลิปวิดีโอในลักษณะชักชวนให้มีการออกมาแข่งรถบนถนนและท้ายคลิปวิดีโอดังกล่าวได้มีภาพการแข่งรถมีผู้ให้สัญญาณปล่อยตัวจากจุดเริ่มต้นไปจนถึงเส้นชัย เจ้าหน้าที่จึงได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับ

เจ้าหน้าที่จึงได้สืบสวนขยายผลจากรถที่แข่งประลองความเร็วในคลิปวิดีโอดังกล่าวจนทราบว่า นายณัฐพล เตชะอาภรณ์ชัย เป็นผู้ขับรถเก๋งฮอนด้า ทะเบียน ษก 3928 กทม. แข่งรถประลองความเร็วกันบนทางพิเศษอุดรรัถยาบริเวณด่านเชียงรากขาเข้า ตามที่ปรากฏในวิดีโอดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อหา “แข่งรถในทางโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากเจ้าพนักงานจราจร โทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับตั้งแต่ 2,000-10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” และให้ศาลสั่งพักใบอนุญาตขับขี่ไม่น้อยกว่า 1 เดือน หรือเพิกถอนใบอนุญาติขับขี่

ทั้งนี้ พ.ต.อ.นิธิธรได้ฝากไปยังกลุ่มวัยรุ่นที่ชอบแข่งรถบนถนนสาธารณะว่า ยังมีกิจกรรมอีกมากมายที่กลุ่มซุปเปอร์คาร์สามารถไปทำประโยชน์ให้แก่สังคม เช่น รวมตัวกันนำสิ่งของต่างๆ ไปบริจาคให้กับสถานที่ต่างๆ ตามต่างจังหวัดหรือจัดกิจกรรมทำบุญที่ไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับสังคม

Advertisement

ด้าน นายจิรวัชร์ ผู้ต้องหา กล่าวขอโทษกับสังคมอีกครั้งที่สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับประชาชนทั่วไปที่ผ่านมา ไม่เคยรู้เลยว่าสิ่งที่ทำอยู่เป็นการสร้างความเดือดร้อน แต่ตอนนี้ทราบแล้ว ต่อไปจะชักชวนกันไปทำอะไรที่มีประโยชน์มากกว่านี้