ภาคปชช.จี้ สปส.จ่ายเงิน 4 แสนทายาทสาวถูกน้ำกรด เหตุเป็นประโยชน์ทดแทน

21.11.18 | 15:32 น.

เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน น.ส.สุภัทรา นาคะผิว ผู้อำนวยการมูลนิธิศูนย์คุ้มครองสิทธิด้านเอดส์ และกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคภาคประชาชน กล่าวถึงกรณีที่หญิงถูกสาดน้ำกรดเข้ารับการรักษาที่ รพ.พระราม 2 และเสียชีวิตขณะเดินทางไปรักษาที่ รพ.แห่งที่ 2 ว่า กรณีนี้เข้าข่ายที่ทายาทของสาวที่ถูกสาดน้ำกรดจะได้รับเงินช่วยเหลือเบื้องต้นจากการได้รับความเสียหายจากการรับบริการทางการเป็นแพทย์ จำนวน 4 แสนบาท ซึ่งเป็นตามข้อกำหนดในมาตรา 63(7) พ.ร.บ.ประกันสังคม (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2558 ที่ระบุว่าประโยชน์ทดแทนในกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยอันมิใช่เนื่องจากการทํางาน (7) ค่าใช้จ่ายเป็นเงินช่วยเหลือเบื้องต้นให้แก่ผู้ประกันตน ในกรณีที่ผู้ประกันตนได้รับความเสียหาย จากการรับบริการทางการแพทย์ เมื่อสํานักงานได้จ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นให้แก่ผู้ประกันตนไปแล้ว ให้สํานักงานมีสิทธิไล่เบี้ยแก่ผู้กระทําผิดได้

“จริงๆ แล้วกรณีนี้สำนักงานประกันสังคม (สปส.) จะต้องทำงานเชิงรุกด้วยการนำเงินจำนวน 4 แสนบาทไปมอบให้กับทายาทของสาวที่ถูกสาดน้ำกรดและเสียชีวิต แต่ที่ผ่านมาไม่เห็นว่า สปส.จะดำเนินการอะไร และการได้รับเงินช่วยเหลือนี้เชื่อว่ายังมีผู้ประกันตนอีกจำนวนมากที่ยังไม่รับรู้สิทธิ์ในเรื่องนี้ ทั้งที่กฎหมายมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2558 แต่สปส.เพิ่งจะออกประกาศคณะกรรมการการแพทย์ตาม พ.ร.บ.ประกันสังคม เรื่อง หลักเกณฑ์และอัตราการจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นให้แก่ผู้ประกันตนที่ได้รับความเสียหายจากการรับบริการทางการแพทย์ ที่ลงนามโดย นพ.ชาตรี บานชื่น ประธานกรรมการการแพทย์ เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2561 และมีผลบังคับใช้เมื่อเดือนมกราคม 2561 แต่ให้มีผลย้อนหลังไปถึงปี 2558 ด้วย” น.ส.สุภัทรากล่าว

น.ส.สุภัทรากล่าวอีกว่า การจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นกรณีของประกันสังคมเป็นเช่นเดียวกับการจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นผู้ได้รับความเสียหายจากการรับบริการทางการแพทย์ของสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติหรือบัตรทอง โดยในประกาศกำหนดไว้ให้จ่ายเงิน ดังนี้ การจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นให้จ่ายให้แก่ผู้ประกันหรือกรณีที่ผู้ประกันตนเสียชีวิตให้เฉลี่ยจ่ายให้แก่สามีภรรยา บิดามารดา บุตร  ซึ่งประเภทความเสียหายแบ่งเป็น 1.เสียชีวิต หรือทุพพลภาพอย่างถาวร จ่ายตั้งแต่ 240,000-400,000 บาท 2.สูญเสียอวัยวะหรือพิการที่มีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตจ่ายตั้งแต่ 100,000-240,000 บาท และ 3.บาดเจ็บหรือเจ็บป่วยต่อเนื่อง จ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นไม่เกิน 100,000 บาท