ฝากขังมือฆ่า อุเทนฯช่วยเเม่ขายอาหาร ตร.-ญาติค้านประกัน คดีอุกฉกรรจ์ เกรงหลบหนี ได้หลักฐานจับสัญญาณโทรศัพย์ประกอบวงจรปิดพบกระทำเป็นขบวนการ
เมื่อเวลา14.00น. วันที่ 21 พฤศจิกายน ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ร.ต.ท.ฟ้าปรเมศวร์ ภูรินท์ชินธนโชติ ได้ควบคุมตัว นายกฤษฎา นราพงษ์ อายุ 21 ปี ภูมิลำเนากรุงเทพฯ, นายปฏิภาณ เจริญชัยกุล อายุ21ปี ภูมิลำเนาสมุทรปราการ ,เเละนายสหรัฐ ดงพระจันทร์ ภูมิลำเนาสมุทรปราการ 3 ผู้ต้องหา คดียิง น.ศ.อุเทนถวายเมื่อช่วงเดือนตุลาคมขณะช่วยมารดาขายอาหาร ในความผิดฐาน”ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน” มายื่นคำร้องฝากขังครั้งเเรกต่อศาลอาญาจำนวน 12วันตั้งเเต่วันที่ 21พฤศจิกายน-2ธันวาคม 2561
โดยคำร้องฝากขังระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 12ตุลาคม เวลาประมาณ 21.20น.ขณะที่นางเขมนิจ สุวรรณทัต เเละนายกมลวิช สุวรรณทัตลูกชายช่วยกันขายอาหารอยู่บริเวณปากซอยนวมินทร์57 ได้มีคนร้ายเป็นชายไม่ทราบชื่อ จำนวน1คนวิ่งออกมาจากบริเวณด้านในซอยนวมินทร์ 57 วิ่งเข้าไปหา นาย กมลวิช ซึ่งกำลังไปเอารถเข็นน้ำที่บริเวณที่จอดรถจักรยานยนต์ จากนั้นคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดเเละขนาด ยิงเข้าไปที่นายกมลวิช ประมาณ 4-5นีดจนนายกมลวิช ล้มลงเเละเสียชีวิตในเวลาต่อมา หลังจากนั้นคนร้ายได้วิ่งหลบหนีไปปากซอย ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ที่มีคนร้ายอีก1คน จอดอยู่ริมถนนนวมินทร์ เเละได้พากันขับรถหลบหนีไป จึงมาเเจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดี
จากการสืบสวนพบว่าพฤติกรรมกลุ่มคนร้ายมีการเตรียมวางเเผนกันมาก่อนวันเกิดเหตุ มีการมาดูเป้าหมาย ก่อนลงมือ เนื่องจากผู้ตายเคยอาศัยอยู่ ซอยลาดพร้าว 58/1 เเละย้ายออกมาอยู่บริเวณถนนสุขขาภิบาล5 ซึ่งหลังเลิกเรียนก็จะมาช่วยมารดาขายอาหารบริเวณปากซอนยวมินทร์ 57 น่าเชื่อว่ากลุ่มคนร้ายได้มีการติดตามผู้ตาย เเละสื่อสารกันโดยโทรศัพย์มือถือ เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนจึงได้ตรวจสอบข้อมูลการใช้โทรศัพย์ ประกอบวงจรปิดที่สามารถจับกลุ่มผู้ต้องสงสัยได้ เเละการใช้ข้อมูลโทรศัพย์ สอดคล้องกับการเคลื่อนที่ของกลุ่มคนร้าย ทั่งก่อนเกิดเหตุ ขณะเดิดเหตุเเละหลังเกิดเหตุ เเละเบอร์โทรศัพย์ที่ตรวจพบนี้ ไม่เคยปรากฎการใช้ในพื้นที่เกิดเหตุมาก่อนอันเป็นการเฉพาะกิจเพื่อเตรียมการลงมือกระทำผิดครั้งนี้ โดยการตรวจสอบหมายเลขโทรศัพย์ที่ปรากฏในที่เกิดเหตุเชื่อมโยงกันประกอบพยานหลักฐานอื่น เชื่อว่า ผู้ต้องหากับพวกได้ร่วมกันกระทำผิดครั้งนี้ ในลักษณะเเบ่งหน้าที่กันทำ โดยมีการประชุมวางเเผนกันล่วงหน้า โดยมีการวางเเผน สั่งการ ชี้เป้า นำทาง คุ้มกัน พาหนี ขับรถ เเละมือปืนยิงผู้ตาย พนักงานสอบสวนจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานยื่นคำร้องขออกหมายจับ ศาลอาญาออกให้ เลขที่ 2550,2554,2553/2561 ในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรอง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288,289(4) ประกอบ 83 จากนั้นเจ้าพนักงานจึงร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 3 ได้จงนำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี
เหตุเกิดที่ลานคอนกรีต ปากซอยนวมินทร์ 57 เเขวงนวมินทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ
เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้นจะครบกำหนด48ชั่วโมง โดยยังต้องสอบพยานอีก10ปาก เเละรอผลการตรวจสอบลายพิมพ์นิ้วมือของผู้ต้องหา จึงขออำนาจศาลฝากขังผู้ต้องหาทั้งสามไว้
โดยท้ายคำร้องหากมีการยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาทั้ง 3 พนักงานสอบสวนขอคัดค้านการปล่อยชั่วคราว เรื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์ มีอัตราโทษสูง เกรงผู้ต้องหาทั้ง3จะหลบหนี เเละไปยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน
โดยขณะนี้คำร้องฝากขังกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล
อย่างไรก็ตาม ในวันนี้เมื่อนายนฤดม เเละนางเขมนิจ สุวรรณทัต บิดามารดาของผู้เสียชีวิต และคนใกล้ชิดได้เดินทางมาศาล
โดยได้เข้าขอคำปรึกษากับทนายความอาสาที่ศาลอาญา เพื่อปรึกษาขอคำแนะนำเกี่ยวกับการยื่นคำร้องขอคัดค้านการให้ประกันตัวผู้ต้องหา เนื่องจากหากผู้ต้องหาได้รับการประกันตัวออกมาแล้ว เกรงว่าตนและครอบครัวจะไม่ได้รับความปลอดภัย
โดย นายนฤดม กล่าวว่า วันนี้ได้เดินทางไปดูหน้าผู้ต้องหาทั้ง 3 คนที่ร่วมกันยิงลูกชายของตนเอง เพื่อต้องการจะถามว่า ทำไมถึงต้องเป็นนายกมลวิช ลูกชายของตนเอง และไม่มีอะไรจะพูดไปมากกว่านี้ แต่ตอนเจอกัน ผู้ต้องหาทั้ง3คนไม่ได้มองหน้า ก้มหน้าอย่างเดียว และไม่ได้สนใจอะไร จึงได้เดินทางมาที่ศาลอาญา ต่อ และยื่นคำร้องคัดค้านการประกันตัวด้วย เพราะกลัวผู้ต้องหาไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน และเกรงว่า ครอบครัวจะไม่ได้รับความปลอดภัย เพราะครอบครัวยังคงต้องขายอาหารอยู่เหมือนเดิม และทุกวันนี้ก็ใช้ชีวิตอย่างหวาดระแวง แม้ที่ผ่านมาจะยังไม่มีใครเข้ามาข่มขู่คุกคามก็ตาม แต่หากมาตนเองก็แยกไม่ออกเพราะคิดว่าเป็นลูกค้าทั้งหมด และในขณะนี้ยังมีความกังวลอยู่บ้างเพราะผู้ต้องหาอีก2รายยังหลบหนีอยู่ หากจับกุมตัวได้แล้วคงจะสบายใจขึ้น ทั้งนี้ยังติดใจที่ ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ แต่มั่นใจว่า ตำรวจมีหลักฐานแน่นหนา เชื่อว่าจะไม่หลุดคดี
ต่อมาศาลได้พิจารณาคำร้องเเล้วอนุญาตฝากขังผู้ต้องหาได้ ขณะที่วันนี้ ไม่มีญาติผู้ต้องหาทั้ง3 มายื่นคำร้อง พร้อมหลักทรัพย์ ขอประกันตัวแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ จึงนำตัวผู้ต้องหาทั้งสามไปควบคุมไว้ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพต่อไป

