เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รอง ผบ.ตร พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รรท.ผบช.สตม. พล.ต.ต.ปรีดี พงศ์เศรษฐ์สันต์ รอง ผบช.สพฐ พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รรท.ผบก.ตม.3 นายธนภัทร เหมังกร ผู้เชี่ยวชาญด้านการต่อเรือและหัวหน้าทีมการกู้ซากเรือฟีนิกซ์ พร้อมกองพิสูจน์หลักฐาน ผู้เชี่ยวชาญเรือ เข้าตรวจสอบซากเรือฟีนิกซ์ ซึ่งถูกนำมาพักไว้ที่คานต่อเรือ บริษัท รัตนชัยคานเรือ จำกัด ต.รัษฎา อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต
พล.ต.อ.รุ่งโรจน์เปิดเผยว่า จะใช้เวลาในการรวบรวมและสรุปพยานหลักฐานทั้งหมดเพื่อแนบสำนวนการสอบสวน ซึ่งทุกขั้นตอนมีการบันทึกภาพโดยในวันที่ 22 พ.ย. ทางทีมวิศวกรจะตรวจสอบเรือฟีนิกซ์ จากนั้นทำรายงานสรุปผล คาดว่าภายใน 7วัน สามารถออกรายงานสรุปสาเหตุของเรือล่มในครั้งนี้ จากนั้นทางคณะพนักงานสอบสวนจะนำรายงานสรุปสาเหตุของเรือล่มมาทำการวิเคราะห์เพื่อหาข้อเท็จจริงต่อไปซึ่งเมื่อได้ข้อสรุปแล้วก็จะนำเอกสารการสรุปสาเหตุการล่มของเรือรวมกับสำนวนและส่งฟ้องได้ ซึ่งเรื่องนี้ได้รับความพึงพอใจจากกงสุลใหญ่สาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย โดยชื่นชมถึงการทำงานที่รวดเร็วของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเชื่อมั่นว่าการคลี่คลายคดีนี้จะเป็นไปอย่างโปร่งใส
ขณะนี้ยังไม่สามารถที่จะบอกได้ว่าเรือฟีนิกซ์นั้นได้มาตรฐานหรือไม่ต้องรอทางวิศวกรผู้เชี่ยวชาญเรือเข้าไปตรวจสอบอย่างละเอียดจึงจะสามารถบอกได้ ซึ่งจากการตรวจสอบก็พบทรัพย์สินของนักท่องเที่ยวที่ยังหลงเหลืออยู่ รวมทั้งก้อนหินจำนวนมาก ซึ่งในส่วนก้อนหินที่พบทางวิศวกรจะเป็นผู้ตรวจสอบเพื่อลงความเห็นว่ามีผลให้เกิดปัจจัยเสี่ยงในการเรืออับปางหรือไม่ทั้งหมดนี้ก็จะเป็นวัตถุพยานชิ้นสำคัญ
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์กล่าวว่า กรณีนี้จะมีผู้เกี่ยวข้องกี่คนก็จะมีการดำเนินการเอาผิดทุกกรณี ส่วนที่มีกระแสข่าวออกมาว่าผู้ที่เซ็นแบบเรือฟีนิกซ์เป็นคนเดียวที่เซ็นแบบเรือแห่งหนึ่งที่อับปางในทะเล เมื่อหลายเดือนก่อนนั้น อยู่ระหว่างการตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐาน หากพบว่าเป็นบุคคลเดียวกันและการได้รับการอนุญาตไม่ถูกต้องก็จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ทางรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอขา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี มีความตั้งใจในการที่จะกู้ซากเรือฟีนิกซ์ขึ้นมาให้ได้ อีกทั้งแสดงความจริงใจต่อรัฐบาลจีนที่ต้องการอยากทราบความคืบหน้า และทำความจริงให้ปรากฏว่าสาเหตุการล่มของเรือครั้งนี้มาจากเหตุใด


