สปส.เตรียมพิจารณาจ่ายเยียวยาทายาทเหยื่อน้ำกรด เหตุเข้าเกณฑ์ชดเชยทางการแพทย์

22.11.18 | 13:16 น.

เลขาธิการ สปส. เผย ธ.ค.นี้พิจารณาจ่ายเงินเยียวยาทายาทเหยื่อน้ำกรด ส่วนจะถอนสิทธิรพ.พระราม 2 ออกจากประกันสังคมหรือไม่ ต้องพิจารณาข้อมูลรอบด้านเพื่อความเป็นธรรม เพราะผลสอบ สบส.ไม่ชัดว่า รพ.ปฏิเสธรักษา

เมื่อวันที่ 22  พฤศจิกายน  นายอนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม(สปส.) กล่าวถึงกรณีการเยียวยาแก่ญาติ น.ส. ช่อลัดดา ทาระวัน เหยื่อถูกสามีสาดน้ำกรด ซึ่งเข้ารับการรักษาที่รพ.พระราม2 แต่ถูกส่งต่อและเสียชีวิต ว่า   โดยหลักการผู้ประกันตนที่ใช้บริการของโรงพยาบาลตามสิทธิประกันสังคม หากการรักษาไม่เป็นไปตามมาตรฐาน ซึ่งตามมาตรา63(7) พ.ร.บ.ประกันสังคม (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2558  ทางผู้ประกันตนหรือญาติสามารถยื่นแจ้งรับเงินเยียวยาตามความเสียหายจากการใช้สิทธิจากการรักษาพยาบาลได้  ซึ่งผู้มีอำนาจในการพิจารณาวินิจฉัยจะเป็นคณะกรรมการการแพทย์ของประกันสังคม ซึ่งจะมีอำนาจในการพิจารณาว่า ความเสียหายนี้เกิดขึ้นจากมาตรฐานของการรักษาพยาบาลหรือไม่ หากเป็นไปตามข้อกำหนดก็จะจ่ายเงินเยียวยาได้  ก็จะอยู่ในวงเงินระหว่าง 3.2-4 แสนบาท ซึ่งกรณีนี้ทางทายาทได้ยื่นที่ทสำนักงานประกันสังคมที่จ.ขอนแก่นแล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่าการพิจารณาต้องใช้เวลานานแค่ไหนนั้น  นายอนันต์ชัย กล่าวว่า ต้องขอพิจารณาก่อน เพราะเคสนี้มีปัญหาตรงมีการร้องเรียนว่า โรงพยาบาลปฏิเสธการรักษาผู้ป่วย ซึ่งอำนาจอยู่ที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ(สบส.)พิจารณา และหากผลออกมาว่า เป็นการปฏิเสธการรับผู้ป่วยอย่างชัดเจน ก็จะนำมาประกอบการพิจารณาในกรรมการการแพทย์ด้วย

“สำนักงานประกันสังคม ได้สอบถามไปทางสบส.อยู่ แต่ผลเรื่องนี้ยังไม่ออก แต่เพื่อไม่ให้ล่าช้า ทางกรรมการแพทย์จะพิจารณาวินิจฉัยเบื้องต้นก่อนว่า เป็นอย่างไร ซึ่งจะมีการประชุมในเดือนธันวาคมนี้” เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม(สปส.)  กล่าว

เมื่อถามอีกว่า ล่าสุด สบส.แถลงข่าวว่า รพ.พระราม 2 อาจเข้าข่ายผิดใน 5 กรณีจะมีนำมาพิจารณาตัดสินอยู่ในรพ.ตามสิทธิประกันสังคมหรือไม่ นายอนันต์ชัย กล่าวว่า  เรื่องนี้เป็นนโยบายของรัฐมนตรีฯ ว่า หากโรงพยาบาลใด มีเจตนาไม่รับผู้ป่วย  ทางสำนักงานประกันสังคม อาจพิจารณาและยกเลิกสัญญาในข้อตกลงได้ แต่เราก็ต้องให้ความยุติธรรมพอสมควร เพราะข้อมูลยังไม่ชัดเจน ขณะนี้ได้ทำหนังสือถามไปทาง สบส.อยู่ แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ก็จะมีการพิจารณาในกรรมการการแพทย์ เพื่อความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย  เพราะการจะตัดสิทธิประกันสังคมของรพ.เอกชนนั้น ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบด้วย

Advertisement

ผู้สื่อข่าวถามว่ากรณีที่เกิดขึ้นเป็นเหตุมาจากการฆาตกรรมโดยสามี เข้าข่ายได้รับการชดเชยตามมาตรานี้ หรือไม่ นายอนันต์ชัย กล่าวว่า กรณีสามีเป็นผู้กระทำนั้นก็ว่ากันไปตามกฎหมายของบ้านเมืองที่เกี่ยวข้องกับคดีความ แต่ประเด็นที่ประกันสังคมวางกฎเกณฑ์ไว้คือกรณีมีผู้ป่วยไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลตามสิทธิ หรือโรงพยาบาลที่อยู่ในเครือข่ายประกันสังคมก็ดี แล้วสถานพยาบาลในความตกลงของประกันสังคมเกิดไม่ปฏิบัติให้เป็นไปตามมาตรฐานของการให้บริการ แล้วเกิดความเสียหายขึ้น เขาก็มีสิทธิขอเงินเยียวยาจากสำนักงานประกันสังคมได้ กล่าวคือไม่ว่าสาเหตุของการเจ็บป่วย เข้ารพ. จะเกิดจากอะไร แต่ถ้าโรงพยาบาลไม่ได้รักษาตามมาตรฐานทางวิชาการจนเกิดความเสียหาย หรือเสียชีวิตก็สามารถขอการเยียวยาได้ แต่ทั้งนี้ อยู่ที่การพิจารณาของคณะกรรมการการแพทย์