ผจก.ร้านอาหาร น้อยใจปมแบ่งมรดก บ่นอยากฆ่าตัวเพื่อนปลอบอยู่นาน ก่อนแอบระเบิดขมับตัวเองคาที่

22.11.18 | 21:03 น.

เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 22 พฤศจิกายน ร.ต.อ.ชวภณ คล่องยุทธ รองสว.(สอบสวน) สน.ธรรมศาลา รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกอาวุธปืนยิงเสียชีวิต ภายในตลาดนัดแอทบรม หรือตลาดมิตติ้งเก่า  ถนนบรมราชชนนี ฝั่งขาเข้า แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กทม. จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยพ.ต.อ.ภูมิธัช โฆษิตวนิชพงศ์ ผกก.สน.ธรรมศาลา พ.ต.ท.วันชัย แก้วจินดา รองผกก.(สอบสวน) สน.ธรรมศาลา ฝ่ายสืบสวน สน.ธรรมศาลา เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทนิติเวชรพ.ศิริราช และมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ที่เกิดเหตุภายในตู้คอนเทนเนอร์ซึ่งดัดแปลงเป็นร้านขายของบริเวณชั้นที่ 1 พบศพเพศชายทราบชื่อต่อมาคือนายอาทิตย์ วิเศษมี อายุ 35 ปี สภาพนั่งอยู่บนเก้าอี้พลาสติก สวมเสื้อยืดคอกลม สีดำ สวมกางเกงยีนส์ขาสั้น ถูกคมกระสุนยิงเข้าที่บริเวณศีรษะซ้ายทะลุขวา 1 นัด จนเลือดไหลนองเกลื่อนเต็มพื้น ใกล้กันพบอาวุธปืนลูกโม่ ขนาด .38 ตกอยู่ข้างกาย และมีกระป๋องเบียร์วางอยู่ ทางเจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

สอบสวนนายต่อศักดิ์ มาทองมาก อายุ 57 ปี กล่าวว่า ตนประกอบอาชีพเป็นคนเฝ้าร้านศูนย์ขายส่งโดนัท  ส่วนผู้เสียชีวิตเป็นผู้จัดการร้านลาบ บรม 64 ซึ่งร้านอยู่ติดกัน และรู้จักกันมาได้ประมาณ 3-4 เดือน โดยตลอดระยะเวลาที่พบหน้ากันผู้ตายมักบ่นตัดพ้อกับตนเป็นประจำเรื่องการแบ่งมรดกขายที่จากมารดาแต่ไม่เคยได้ โดยก่อนเกิดเหตุเมื่อช่วงเวลา 00.30 น. ที่ผ่านมา ตนเห็นนายอาทิตย์ นั่งดื่มสุราด้วยความเครียดอยู่เพียงลำพังตนจึงเข้าไปปลอบใจจนเจ้าตัวมีอาการดีขึ้น ตนจึงขอตัวไปนอนพักผ่อน จนตื่นมาช่วงเวลาประมาณ 05.00 น. พบว่านายอาทิตย์ ยังนั่งดื่มสุราอยู่พร้อมทั้งยื่นเศษกระดาษอีกหลายแผ่นนับ 10 ใบ โดยเขียนข้อความตัดพ้อน้อยใจครอบครัวและคิดจะฆ่าตัวตาย ตนจึงปลอบโยนจนผู้ตายตอบกลับมาว่าจะไม่ฆ่าตัวตายแล้วเพราะถ้าลงมือทำลงไปคนอื่นก็จะได้มรดกทั้งหมด ตนเห็นว่าผู้ตายใจเย็นลงแล้วจึงขอตัวกลับบ้านพัก จนกระทั่งเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา คนขายไอศกรีมปั่นรถจักรยานผ่านมาก่อนพบศพนายอาทิตย์ นั่งเสียชีวิตอยู่ข้างในตู้คอนเทนเนอร์ซึ่งห่างจากร้านที่ทำงานเพียง 15 เมตร เท่านั้นจึงแจ้งให้ทางเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบดังกล่าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า ผู้เสียชีวิตอาจเกิดความเครียดเรื่องปัญหาส่วนตัวจึงตัดสินใจก่อเหตุสลด โดยหลังจากนี้จะนำศพส่งสถาบันนิติเวชรพ.ศิริราช เพื่อผ่าพิสูจน์หาสาเหตุของการเสียชีวิตที่แท้จริง ก่อนส่งมอบให้ทางญาตินำไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาต่อไป