กระทงหลงทาง!! รวบ 2 แม่ลูกอดีตขรก.หลอกขายกระทงออนไลน์แถมโกงกลุ่มโอทอป เสียหายหลายล้าน

23.11.18 | 13:34 น.

เมื่อเวลา 11.45 น.วันที่ 23 พฤศจิกายน ที่กองบังคับการปราบปราม การกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค(บก.ปคบ.) พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(ผบช.สตม.)ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ศปอส.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3 พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผบก.สส.สตม. และ พ.ต.อ.สมชาย จันทร์คง รอง ผบก.ปคบ. แถลงจับกุม นางสมฤดี เต็มเปี่ยม และ น.ส.เพ็ญพิชชา เต็มเปี่ยม สองแม่ลูกในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน หลังมีประชาชนกว่า 40 ราย ซึ่งเป็นผู้เสียหายถูกหลอกซื้อกระทงเปลือกข้าวโพด จากเฟซบุ๊กของกลุ่มผู้ต้อง ชื่อ “กระทงเปลือกข้าวโพดราคาถูก” รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 1.5 ล้านบาท โดยมีราคาตั้งแต่ 25-200 บาท และต้องสั่ง 50 ชิ้นขึ้นไป ซึ่งผู้เสียหายได้สั่งซื้อและโอนเงินไป แต่กลับไม่ได้ของตามที่สั่ง หรือไม่ครบตามจำนวนที่สั่ง และเมื่อผู้เสียหายทวงถามไปยังผู้ต้องหาก็บ่ายเบี่ยงที่จะส่ง พร้อมข่มขู่อีกว่าหากไปแจ้งความจะฟ้องกลับทั้งหมด

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า จากการสอบสวนขยายผลพบว่ากลุ่มผู้ต้องหายังได้หลอกชาวบ้านกลุ่มโอทอป ตำบลลานดอกไม้ อำเภอโกสัมพี จ.กำแพงเพชร กว่า 20 คน ที่เป็นแหล่งผลิตกระทงเปลือกข้าวโพดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย คือสั่งกระทงแล้วไม่จ่ายเงิน แต่ชาวบ้านไม่กล้าที่จะไปแจ้งความ เพราะผู้ต้องหาเป็นอดีตข้าราชการและแต่งตัวมีภูมิฐาน จึงไว้ใจไม่คิดว่าจะเป็นมิจฉาชีพ กระทั่งต่อมาเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ศูนย์ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ศปอส.ตร.) ได้ติดตามจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 2 รายได้ จากนั้น เมื่อทำการสอบสวนขยายผลเพิ่มเติม พบว่าคนร้ายมีการกระทำที่ผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ในลักษณะนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ จึงเตรียมรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อทำการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมต่อไป

นอกจากนี้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ยังแถลงผลการจับกุม ผู้ต้องหาตามหมายจับค้างเก่าในคดีโรแมนซ์สแกมและ คดี แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ในช่วงวันที่ 17-23 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยสามารถจับกุมได้เพิ่มเติมรวม 20 ราย 25 หมายจับ ซึ่งผู้ต้องหาส่วนใหญ่เป็นคนไทยที่รับหน้าที่ในการเปิดบัญชีให้กับกลุ่มขบวนการคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งมีความผิดร่วมด้วย

“ในสัปดาห์หน้าจะดำเนินการจับกุมหญิงไทยที่แต่งงานจดทะเบียนกับต่างชาติเพื่อสามารถให้เข้ากระทำความผิดในไทยได้ โดยที่ผ่านมาตำรวจได้ดำเนินการกวาดล้างขบวนการดังกล่าวอย่างจริงจัง จากเดิมที่มีหมายจับ 300 หมาย จนตอนนี้เหลือเพียง 54 หมายจับ สำหรับคนไทยที่มีส่วนเกี่ยวข้องก็จะดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป”พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าว