รองโฆษกตร.จี้จับคนร้ายสวมรอยอจ.เทคนิคนามสกุลบิ๊กภ.7 โกงเงิน เตือนตรวจให้ชัด

26.11.18 | 12:45 น.

เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีคนร้ายแอบอ้างเป็นครูวิทยาลัยเทคนิคประจวบคีรีขันธ์ หลอกให้ผู้เสียหายหลงเชื่อให้ยืมเงิน เป็น จำนวนกว่า 8,000 บาท ประกอบกับมีสื่อนำเสนอข่าวในประเด็นนามสกุลของครูวิทยาลัยเทคนิคประจวบคีรีขันธ์ เป็นนามสกุลเดียวกันกับ พล.ต.ท.ธนา ชูวงศ์ ผบช.ภ.7 ว่า
ได้รับรายงานจาก ภ.จว.ประจวบศีรีขันธ์ ว่า เมื่อวันที่ 25 พ.ย.2561 พนักงานสอบสวน สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายเข้าแฮกข้อมูลทางไลน์ โดยใช้ชื่อว่า สดใส ชูวงค์ หลอกขอยืมเงินผู้เสียหายซึ่งเป็นเพื่อนของนางสดใส จำนวน 2 คน เป็นจำนวนเงิน รวม 8,000 บาท ผ่านบัญชีธนาคารฯ คดีนี้มีความผิดฐาน ฉ้อโกง และเป็นความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 โดยพนักงานสอบสวนได้ดำเนินการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานมาโดยตลอด อาทิ การตรวจสอบเจ้าของบัญชี อายัดบัญชี พร้อมตรวจสอบจุดที่คนร้ายไปถอนเงิน และตรวจสอบกล้องวงจรปิดขณะเกิดเหตุ ซึ่งคงต้องให้เวลาเจ้าหน้าที่ตำรวจในการรวบรวมพยานหลักฐานและติดตามจับกุมผู้กระทำผิดมารับโทษตามกฎหมาย


“ที่ผ่านมา พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้เน้นย้ำและกำชับเรื่องการป้องกันอาชญากรรม ในทุกรูปแบบ ไม่ให้มีเหตุเกิดขึ้น ทั้งการออกตรวจในพื้นที่สุ่มเสี่ยง การทำประวัติบุคคลเฝ้าระวัง การประชาสัมพันธ์ถึงภัยของมิจฉาชีพให้กับประชาชนถึงรูปแบบและแผนประทุษกรรมการกระทำผิดของคนร้าย โดยเฉพาะความผิดเกี่ยวกับทางเทคโนโลยี การเงิน การธนาคาร ซึ่งสร้างความเสียหายอย่างมาก จากภัยของมิจฉาชีพในรูปแบบใหม่ที่แฝงตัวมาในโลกโซลเชียลมีเดีย โดยการแอบอ้างเป็นบุคคลที่รู้จักกันเป็นการส่วนตัวมาก่อน และขอยืมเงินหรือทำธุรกรรมทางการเงิน จึงอยากให้ประชาชนโปรดตรวจสอบความน่าเชื่อถือให้แน่ชัดเสียก่อน โดยการโทรศัพท์สอบถามข้อมูลกับผู้ที่ขอยืมเงินหรือทำธุรกรรมทางการเงินแต่ถ้าหากเกิดเหตุขึ้นแล้ว จะต้องสืบสวนสอบสวนในทุกคดี ด้วยความถูกต้อง รวดเร็ว เป็นธรรม ตามหลักกฎหมาย อาศัยพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์หรือพยานหลักฐานที่ชี้ถึงตัวผู้กระทำความผิดเป็นสำคัญ พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเช่น ธนาคาร อย่างรวดเร็ว เพื่อเยียวยาความเสียหาย และสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชนและสังคมทั้งนี้ หากพี่น้องประชาชนมีข้อมูลหรือพบเบาะแสสำคัญที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มมิจฉาชีพหรือการกระทำความผิดดังกล่าว สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) หมายเลข 02-142255560 หรือเวปไซต์ http://tcsd.go.th และศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) หมายเลขโทรศัพท์ 1599″รองโฆษกตร.กล่าว